คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2616-2617/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลที่เพียงช่วยอำนวยความสะดวกในการซุกซ่อนยาเสพติดโดยมิได้มีเจตนาหรือร่วมกระทำความผิดในการนำยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักรด้วย ถือเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดเท่านั้น มิใช่ผู้ร่วมกระทำความผิด.
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยที่ 2 เพียงช่วยพันเฝือกที่ขาของจำเลยที่ 1 และเอาเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ในเฝือก เป็นการสนับสนุนในการที่จำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น มิใช่ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษา และเรียกจำเลยสำนวนหลังว่าจำเลยที่ ๓
โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อขาย จำหน่าย จ่ายแจก และร่วมกันนำเฮโรอีนดังกล่าวส่งออกนอกราชอาณาจักร แต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะเจ้าพนักงานเข้าขัดขวางจับกุมจำเลยได้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ
จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพในข้อหาว่ามีเฮโรอีนไว้ในความครอบครอง แต่ปฏิเสธในข้อหาว่ามีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายและข้อหาว่าพยายามส่งเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักร
จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ ให้จำคุกคนละ ๑๕ ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๔ ทวิ, ๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ ให้จำคุกคนละ ๑๐ ปี จำเลยที่ ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ ให้จำคุก ๑๐ ปี แต่คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ คนละ ๑๖ ปี ๘ เดือน และจำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๖ ปี ๘ เดือน ของกลางริบ
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ในข้อหาฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยที่ ๒ ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๕ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖, ๘๐ มีกำหนดโทษ ๖ ปี ๘ เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๒ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา
คงมีปัญหาขึ้นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่า ควรลดโทษจำเลยที่ ๑ ลงอีกหรือลงโทษสถานเบาหรือไม่ จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ มีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายและเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาตหรือไม่ และจำเลยที่ ๓ เป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ ๑ มีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่รับอนุญาตหรือไม่
ในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๒ เพียงช่วยพันเฝือกที่ขาของจำเลยที่ ๑ และเอาเฮโรอีนของกลางซุกซ่อนไว้ในเฝือก เพื่อให้จำเลยที่ ๑ นำออกนอกราชอาณาจักรนั้น เป็นการสนับสนุนในการที่จำเลยที่ ๑ กระทำความผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น มิใช่จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ กระทำความผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2616 - 2617/2519
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายมารค์ อลัน คิสซิงเจอร์ ที่ 1 นายริชาร์ด ลี เจนาริ ที่ 2 ล.
กับสำนวนอื่นอีกรวม 2 สำนวน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายมารค์ อลัน คิสซิงเจอร์ ที่ 1 นายริชาร์ด ลี เจนาริ ที่ 2 · สำนวน - กับสำนวนอื่นอีกรวม 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายถาวร ตันตราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนอ ศรนิยม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา