⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 937/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2519

ป.อาญา ม.80, 277, 279 · ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดฐานกระทำความผิดสำเร็จนั้น เป็นการลงโทษตามความผิดที่จำเลยได้กระทำไปจริง และไม่เกินกว่าคำขอท้ายฟ้องของโจทก์

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในฐานข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำของจำเลยผิดเพียงฐานพยายาม ที่ศาลลงโทษจำเลยฐานพยายาม ก็เป็นวิธีการเพื่อแบ่งส่วนลงโทษตามความผิดนั้น ศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ไม่เกินคำขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.279 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอายุ 8 ขวบ โดยจำเลยให้ผู้เสียหายนอนลงบนเตียงแล้วถอดกระโปรงออกพร้อมกับกอดรัดจับอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้เสียหาย แล้วจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 279 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แต่ไม่อาจข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จได้ เพราะผู้เสียหายอายุ 8 ขวบ ช่องคลอดเล็ก การกระทำของจำเลยเป็นเพียงพยายามข่มขืนกระทำชำเรา และเป็นการกระทำอนาจาร พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 279 ประกอบด้วยมาตรา 80 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 277, 80 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยไว้ 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลลงโทษจำเลยในความผิดพยายามข่มขืนกระทำชำเรา เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ส่วนข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้แม้โจทก์จะมิได้ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา แต่โจทก์ก็ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในฐานข่มขืนกระทำชำเรามาด้วย เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงฐานพยายาม ซึ่งการกระทำผิดฐานพยายามก็คือการกระทำความผิดนั้นนั่นเอง แต่เป็นเรื่องที่ผู้ลงมือกระทำความผิดกระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ที่ศาลพิพากษาลงโทษในฐานพยายามก็เป็นวิธีการเพื่อแบ่งส่วนลงโทษตามความผิดนั้นนั่นเอง ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ หากเกินคำขอไม่ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2519 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายสมเกียรติ สุจริตธรรม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · ล. - นายสมเกียรติ สุจริตธรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ชุบ วีระเวคิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสมปอง เสนเนียม · ศาลอุทธรณ์ - นายยง โรจน์สุพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5840/2544ฎีกา 6299/2534ฎีกา 959/2531ฎีกา 1610/2539ฎีกา 6252/2531ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2480/2538ฎีกา 1560/2529ฎีกา 20504/2556ฎีกา 7083/2538ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 180/2554ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 892/2497ฎีกา 2182/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา