คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามยอมมีผลผูกพันคู่ความและมีผลบังคับได้เช่นเดียวกับคำพิพากษาถึงที่สุด การบังคับคดีตามคำพิพากษาที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่กระทบถึงสิทธิของผู้ที่ได้จดทะเบียนสิทธิในทรัพย์สินนั้นโดยชอบก่อนการบังคับคดี
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องซื้อที่ดินและตึกแถวจากโจทก์ชำระราคาและเข้าครอบครองแล้ว อยู่ระหว่างแบ่งแยกโฉนดเพื่อโอนแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องฟ้องโจทก์ศาลพิพากษาตามยอมให้โจทก์โอนที่ดินแก่ผู้ร้องโฉนดอยู่ที่จำเลยโดยโจทก์ให้จำเลยยึดไว้ต่างหนี้ จำเลยทำยอมความกับโจทก์โจทก์ยอมใช้เงินแก่จำเลย 300,000 บาท จำเลยจะคืนโฉนดเมื่อโจทก์ชำระเงินโจทก์ผิดนัด จำเลยนำยึดที่ดินตามยอมในการบังคับคดี ดังนี้ ผู้ร้องอยู่ในฐานะให้จดทะเบียนสิทธิได้โดยผลของคำพิพากษาตามยอมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1300 การบังคับคดีของจำเลยภายหลังไม่กระทบถึงสิทธิของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ศาลให้ถอนการยึด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท โชคสมบูรณ์ จำกัด · จำเลย - บริษัท คาเธ่ย์ไฟแนนซ์ จำกัด กับพวก · ผู้ร้อง - นางแสงเดือน จึงจตุพรชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรธัย · กุศล บุญยืน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา