คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อผู้เข้าประกวดราคาทราบข้อสัญญาตามประกาศแล้ว การยื่นซองประกวดราคาถือเป็นการแสดงเจตนาเข้าผูกพันตามสัญญานั้น
2. ผู้เข้าประกวดราคาที่ประมูลได้แล้วไม่ยอมทำสัญญา ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามที่กำหนดไว้ในสัญญาประกวดราคา
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทราบข้อสัญญาการประกวดราคาตามประกาศเรียกประกวดราคาของโจทก์แล้ว จึงยื่นซองประกวดราคา เมื่อจำเลยประมูลได้ ก็ต้องผูกพันตามสัญญานั้น โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากจำเลยประมูลได้แล้วไม่มาทำสัญญาก่อสร้าง จำเลยรับว่าได้ยื่นซองเสนอราคาจริง แต่อ้างว่าจำเลยไม่ผูกพันตามสัญญา ดังนี้ ประเด็นที่ว่าคำเสนอของจำเลยยังคงผูกพันจำเลยหรือไม่ จำเลยต้องมีหน้าที่นำสืบก่อน
จำเลยประมูลทำการก่อสร้างได้แล้วไม่ยอมทำสัญญาก่อสร้าง เมื่อกรณีนี้ตามสัญญาประกวดราคาระบุให้จำเลยผู้ประกวดราคาต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในการที่โจทก์ต้องจ้างผู้อื่นทำงานนี้ในราคาสูงกว่าที่จำเลยเสนอราคา จำเลยจึงต้องรับผิดตามสัญญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ประกาศเรียกประกวดราคาจ้างสร้างอาคารศาลาไทยตบแต่งบริเวณสวนสาธารณะและอื่น ๆ บนที่ดินของโจทก์ที่หลังสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่จำเลยยื่นซองเสนอรับจ้างก่อสร้างในราคา ๑๗๕,๐๐๐ บาท โจทก์ตกลงและมีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยให้มาทำสัญญาภายใน ๗ วัน จำเลยรับหนังสือแล้วกลับมีหนังสือแจ้งมายังโจทก์ว่าจำเลยไม่สามารถทำสัญญากับโจทก์ได้ โจทก์มีหนังสือยืนยันให้จำเลยมาทำสัญญาโดยให้เวลาอีก ๗ วัน จำเลยก็เพิกเฉย โจทก์จึงริบเงินมัดจำของของจำเลยและว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีวัฒนาก่อสร้างซึ่งเป็นผู้เสนอราคาถัดขึ้นไป เป็นผู้ทำการก่อสร้างในราคา ๒๒๙,๐๐๐ บาท แพงกว่าราคาที่จำเลยเสนอเป็นเงิน ๕๔,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยต้องรับผิดขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหาย ๕๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยเขียนราคาในใบเสนอราคาผิด ได้ขอถอนซองประมูลราคากับเจ้าหน้าที่โจทก์ ๆ บอกให้จำเลยกลับไปก่อน ต่อมาโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยไปทำสัญญาโดยให้มีใบยินยอมของสามีไปด้วย แต่สามีไม่ยินยอม จำเลยไม่เคยทำสัญญากับโจทก์ และไม่ได้ทำผิดสัญญาแต่อย่างใด โจทก์มีสิทธิเพียงริบเงินมัดจำซองราคาค่าก่อสร้างของโจทก์อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยไม่ต้องรับผิด คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหาย ๕๔,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในประเด็นที่ว่าคำเสนอของจำเลยยังคงผูกพันจำเลยหรือไม่นั้น ตามสัญญาการประกวดราคามีข้อสัญญากำหนดไว้หลายประการจำเลยทราบข้อสัญญาตามประกาศแล้ว จึงได้ยื่นซองประกวดราคาตามใบเสนอราคาของจำเลย จำเลยประมูลได้ย่อมมีข้อผูกพันตามสัญญานั้น เมื่อจำเลยรับว่าได้ยื่นซองเสนอราคาตามฟ้องจริง แต่กล่าวอ้างว่าจำเลยไม่ผูกพันตามสัญญา จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบในประเด็นข้อนี้ก่อน
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้เขียนราคาผิดพลาดและฟังว่าจำเลยขอถอนการประกวดราคาหลังจากกรรมการเปิดซองแล้ว แล้วจึงวินิจฉัยต่อไปว่าเมื่อตามสัญญาระบุให้จำเลยผู้ประกวดราคาต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในการที่โจทก์ต้องจ้างผู้อื่นทำงานนี้ในราคาสูงกว่าที่จำเลยเสนอราคา และข้อเท็จจริงก็ได้ความว่าจำเลยไม่ยอมทำสัญญา โจทก์ต้องจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีวัฒนาก่อสร้างเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างในราคา ๒๒๙,๐๐๐ บาท ดังนั้น จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ๕๔,๐๐๐ บาทตามฟ้องแก่โจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2520
การรถไฟแห่งประเทศไทย โจทก์
นายฉลอง สุวรรณมงคล โดยนายวนิช สุวรรณมงคล ผู้รับมรดกความ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การรถไฟแห่งประเทศไทย · ล. - นายฉลอง สุวรรณมงคล โดยนายวนิช สุวรรณมงคล ผู้รับมรดกความ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ทรัพยวณิช · มาโนช จรมาศ · ประเสริฐ วราภรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายโยธิน ฉวาง · ศาลอุทธรณ์ - นายชุบ วีระเวคิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา