คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยกข้อต่อสู้ว่าสัญญาเช่าที่พิพาทผูกพันโจทก์ โดยอ้างว่านายอำเภอเป็นตัวแทนเชิดของโจทก์นั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย.
ย่อคำพิพากษา
ในประเด็นว่าสัญญาเช่าที่พิพาทผูกพันโจทก์หรือไม่ จำเลยให้การและนำสืบว่าที่พิพาทอยู่ในความดูแลของกรมการศาสนา นายอำเภอพระพุทธบาทตัวแทนกรมการศาสนาทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่พิพาท แต่จำเลยฎีกาว่านายอำเภอพระพุทธบาทเป็นตัวแทนเชิดของวัดโจทก์ และได้ทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่พิพาทแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ดังนี้ ฎีกาของจำเลยมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๓ โจทก์ได้ก่อสร้างโรงเจขึ้น กิจการของโรงเจมีรายได้จากผู้บริจาคปีละหลายแสนบาท ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๘ จำเลยได้สร้างโรงเจขึ้นในที่ดินของโจทก์โดยพลการให้ชื่อว่าโรงเจธรรมนิมิตรประสิทธิคุณ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรงเจของโจทก์ ได้พากันเข้าไปพักและอุทิศเงินบำรุงแก่จำเลยทำให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์อันควรมีควรได้ไป จึงขอให้ห้ามจำเลยและบริวารประกอบกิจการดังกล่าวในที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย
จำเลยให้การว่า ที่ดินที่จำเลยปลูกโรงเจเป็นของจำเลยซื้อมาจากบุคคลอื่นหากเป็นของโจทก์ก็เป็นที่ดินอยู่นอกเขตกำแพงวัด (กำแพงแก้ว) ตกอยู่ในความดูแลของกรมการศาสนา และจำเลยได้ทำหนังสอืสัญญาเช่าที่พิพาทจากโจทก์แล้วโดยผ่านกรมการศาสนา ผู้ดูแลรักษา ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างอายุสัญญาเช่า โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ ขอให้ยกฟ้อง
ก่อนชี้สองสถาน จำเลยแถลงรับว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า สัญญาเช่าที่จำเลยทำสมบูรณ์ใช้ยันโจทก์ได้หรือไม่และค่าเสียหายเท่าใด
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว กำหนดให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจนกว่าจะออกไปจากที่ดินของโจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โดยลดจำนวนค่าเสียหายให้น้อยลง
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในประเด็นที่ว่าสัญญาเช่าที่พิพาทผูกพันโจทก์หรือไม่นั้น จำเลยฎีกาว่านายธวัช แผ่ความดี เป็นตัวแทนเชิดของโจทก์ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๒๑ และได้ทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่พิพาท จึงผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นตัวการนั้น เห็นว่าจำเลยให้การและนำสืบว่า ที่พิพาทอยู่ในความดูแลของกรมการศาสนา นายธวัชนายอำเภอพระพุทธบาทตัวแทนกรมการศาสนาทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่พิพาทแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ เห็นได้ว่าข้อฎีกาของจำเลยดังกล่าวมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272/2520
วัดพระพุทธบาท โดยพลอากาศเอกสวัสดิ์ พรชำนิ ไวยาวัจกร ผู้รับมอบอำนาจ
จากพระเทพวิมลโมลี เจ้าอาวาส โจทก์
นางบุญเพ็ง ตั้งวงศ์ หรือ ตั้งองค์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้รับมอบอำนาจ - วัดพระพุทธบาท โดยพลอากาศเอกสวัสดิ์ พรชำนิ ไวยาวัจกร · โจทก์ - จากพระเทพวิมลโมลี เจ้าอาวาส · ล. - นางบุญเพ็ง ตั้งวงศ์ หรือ ตั้งองค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรชัย · กุศล บุญยืน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสระบุรี - นายเสมอ อันทรศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถมชัย สิทธิไตรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา