⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1488/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ของการค้าประเวณี ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 หากจำเลยมีรายได้จากการค้าขายอื่นเพียงพอสำหรับการดำรงชีพ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าของสถานการค้าประเวณีไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยเป็นผู้ดำเนินการเองมีหญิงซึ่งค้าประเวณีอาศัยอยู่กินกับจำเลยหลายคน เงินที่ได้จากการค้าประเวณีของหญิงเหล่านี้จำเลยได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อฟังได้ว่าจำเลยค้าขายเสื้อสำเร็จรูป แสดงว่าจำเลยมีรายได้จากการค้าขาย และไม่ปรากฏว่ารายได้ดังกล่าว ไม่เพียงพอสำหรับดำรงชีพ แม้จำเลยจะได้รับเงินส่วนแบ่งจากหญิงซึ่งค้าประเวณี จำเลยก็ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.286 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอายุเกิน 16 ปี ไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันเพียงพอสำหรับการดำรงชีพ ได้เป็นเจ้าของกิจการ ผู้ดูแลและผู้จัดการสถานการค้าประเวณีจำเลยได้อยู่ร่วมและสมาคมกับหญิงซึ่งค้าประเวณีเป็นอาจิณ และรับเอาเงินบางส่วนจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีเพื่อดำรงชีพของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 10 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 4, 9 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ดูแลหรือผู้จัดการสถานการค้าประเวณี ย่อมมีส่วนได้เสียในกิจการของหญิงซึ่งค้าประเวณี พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษตามมาตรา 286 ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ดูและผู้จัดการสถานการค้าประเวณี แต่ไม่ได้ความว่าจำเลยอยู่ร่วมและสมาคมกับหญิงซึ่งค้าประเวณีเป็นอาจิณ และไม่ปรากฏว่าปัจจัยอันเพียงพอในการดำรงชีพและรับเอาเงินจากหญิงซึ่งค้าประเวณี โดยหญิงนั้นเป็นผู้จัดให้ อันเป็นข้อสันนิษฐานว่าจำเลยดำรงชีพด้วยผลของการหากินของหญิงซึ่งค้าประเวณี พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 4, 9 ให้ยกฟ้องข้อหาตามมาตรา 286 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 119 อันเป็นสถานการค้าประเวณีไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยเป็นผู้ดำเนินการเอง มีหญิงซึ่งค้าประเวณีอาศัยอยู่กินกับจำเลยหลายคน เงินที่ได้จากการค้าประเวณีจำเลยได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่ง จำเลยมีอาชีพค้าขายเสื้อสำเร็จรูป แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยค้าขายเสื้อสำเร็จรูป แสดงว่าจำเลยมีรายได้จากการค้าขาย และไม่ปรากฎว่ารายได้ดังกล่าวไม่เพียงพอสำหรับดำรงชีพถึงจำเลยจะได้รับเงินส่วนแบ่งจากหญิงซึ่งค้าประเวณี ก็ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2520 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ นายบุญสืบ สุขแสงนิด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · จำเลย - นายบุญสืบ สุขแสงนิด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · โสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2267/2527ฎีกา 2555/2521ฎีกา 9142/2551ฎีกา 6065/2545ฎีกา 1431/2533ฎีกา 663/2510ฎีกา 4885/2542ฎีกา 6989/2544ฎีกา 2719/2541ฎีกา 3942/2530ฎีกา 783/2486ฎีกา 883/2522ฎีกา 516/2517ฎีกา 1208/2535ฎีกา 2541/2522ฎีกา 178/2528ฎีกา 950/2484ฎีกา 1895/2531ฎีกา 4697/2534ฎีกา 2562/2523ฎีกา 4302/2530ฎีกา 2993/2547ฎีกา 3142/2531ฎีกา 626/2467
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา