คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1572/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ยังอยู่ในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้นำไปขอรับอนุญาตให้ถูกต้อง ถือว่ากฎหมายได้ยกเว้นโทษให้แล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้นของกลาง ไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย ในระหว่างนั้นได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ออกใช้บังคับ ให้ผู้มีอาวุธปืนดังกล่าวนำไปขอรับอนุญาตเพื่อปฏิบัติการให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน ฯลฯ ต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด 90 วันไม่ต้องรับโทษ และขณะที่จำเลยมีอาวุธปืนของกลางไว้ในความครอบครองนั้นยังอยู่ในระยะเวลาที่จำเลยจะนำอาวุธปืนนั้นไปขอรับอนุญาตเพื่อปฏิบัติการให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ จึงต้องถือว่าในขณะที่จำเลยมีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครองนั้น กฎหมายยกเว้นโทษให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีอาวุธปืนลูกซองสั้นซึ่งใช้ยิงได้ดีแต่ไม่มีหมายเลขทะเบียน ๑ กระบอก โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย และจำเลยบังอาจใช้อาวุธปืนยิงนายวิจิตร เลียดอินทร์ โดยเจตนาฆ่า แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลเพราะกระสุนปืนที่จำเลยยิงดังกล่าวไม่ถูกนายจิตร เลียดอินทร์ เจ้าพนักงานจำเลยได้พร้อมด้วยอาวุธปืนดังกล่าวและปลอกกระสุนปืน ๑ ปลอกเป็นของกลาง ฯลฯ ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๑๗ มาตรา ๓ ฯลฯ
จำเลยให้การปฏิเสธในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น แต่รับสารภาพในความผิดฐานมีอาวุธปืนลูกซองสั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๑๗ มาตรา ๓ จำคุก ๒ ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามและรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุก ๙ เดือน เพิ่มโทษหนึ่งในสาม และรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก ๖ เดือน ฯลฯ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คงมีปัญหาขึ้นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาเฉพาะความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต ศาลฎีกาเห็นว่าปืนลูกซองสั้นของกลางที่จำเลยมีไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาตนั้นใช้ยิงได้ดี จึงเป็นอาวุธที่ทำภายในราชอาณาจักรที่มีคุณภาพใช้ได้โดยปลอดภัย ซึ่งตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๓ หากจำเลยนำอาวุธปืนดังกล่าวไปขอรับอนุญาตเมื่อปฏิบัติการให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน ต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๑๘ (วันใช้กฎหมายบังคับ) จำเลยไม่ต้องรับโทษ และขณะที่จำเลยมีอาวุธปืนของกลางไว้ในความครอบครองนั้นยังอยู่ในระยะเวลาที่จำเลยจะนำอาวุธปืนนั้นไปขอรับอนุญาตเพื่อปฏิบัติการให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ จึงต้องถือว่าในขณะที่จำเลยมีอาวุธปืนของกลางไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาตนั้น กฎหมายยกเว้นโทษให้แก่จำเลยแล้วจำเลยจึงไม่ต้องรับโทษฐานมีอาวุธปืนของกลางไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต ฯลฯ
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานมีอาวุธปืนของกลางโดยไม่ได้รับอนุญาตเสียด้วย ของกลางไม่ริบ ฯลฯ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1572/2520
พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายสมปอง กังแฮ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · ล. - นายสมปอง กังแฮ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายสมชาย อุดมวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำริ ศุภพิโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา