⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 858/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง หากโจทก์นำสืบไม่ครบองค์ประกอบความผิด ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาโจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าจำเลยกระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง เมื่อโจทก์มิได้สืบให้เห็นว่าจำเลยมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะฟังได้ว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหาย และในชั้นสืบพยานจำเลย จำเลยจะตอบคำถามค้านของโจทก์ว่าจำเลยไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีหรือพกพาอาวุธปืนมาก่อน ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบให้เห็นว่าจำเลยกระทำผิดฐานมีและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.232 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.233 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนไม่มีพยานเลขทะเบียน กระสุนปืน และพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้อาวุธปืนดังกล่าวพยายามฆ่าผู้อื่น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายดังฟ้อง สำหรับปัญหาในกระทงความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เห็นว่า โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง แต่ในชั้นพิจารณาสืบพยานโจทก์นั้น โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาตในชั้นสืบพยานจำเลย เมื่อโจทก์ถามค้านตัวจำเลย จำเลยตอบว่าจำเลยไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีหรือพกพาอาวุธปืนชนิดใด ๆ มาก่อน คำตอบคำถามค้านเพียงเท่านี้เป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ทั้งสองข้อหา ซึ่งศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะคำเบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์ดังกล่าว มิอาจถือว่าเป็นการนำสืบของโจทก์ได้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยกระทำผิดในข้อหาเหล่านี้แล้ว จึงลงโทษจำเลยในข้อหาเหล่านี้ไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2532 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี โจทก์ นาย สุชาติ ฉิมยาม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี · จำเลย - นาย สุชาติ ฉิมยาม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 9114/2552ฎีกา 185/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1336/2553ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2279/2515ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 4534/2531ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา