⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1753/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1753/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อคู่สมรสตกลงกันตามสัญญาให้ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตรและอีกฝ่ายหนึ่งจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร ฝ่ายที่รับผิดชอบในการอุปการะเลี้ยงดูบุตรย่อมมีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดีตามสัญญาได้ * อายุความในการฟ้องร้องเรียกเงินค่าเลี้ยงดูบุตรที่ต้องจ่ายเป็นรายเดือนและรายปี ให้แยกพิจารณาเป็นรายเดือนและรายปีไป โดยส่วนที่ยังไม่เกินกำหนดอายุความ 10 ปี ย่อมไม่ขาดอายุความ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซึ่งหย่าขาดจากจำเลยฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรค่าเล่าเรียน ตลอดจนอุปกรณ์การเรียนและค่ารักษาพยาบาลบุตรตามสัญญาที่ทำกันไว้ ไม่ใช่คดีเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัว เมื่อโจทก์และจำเลยทำสัญญากันว่าจำเลยยอมยกให้โจทก์เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตรและยอมส่งค่าเลี้ยงดูบุตรจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวให้โจทก์ตามสัญญาได้ และคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็ก การนับอายุความฟ้องร้องเรียกเงินค่าเลี้ยงดูบุตรที่จำเลยต้องจ่ายแก่โจทก์เป็นรายเดือน และเงินค่าเล่าเรียนและค่าอุปกรณ์การเรียนเป็นรายปีนั้น ย่อมต้องแยกนับดูว่ารายใดเกิน 10 ปีหรือไม่ ส่วนที่ยังไม่เกิน 10 ปีก็ไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.169

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาขณะหย่ากันว่า จำเลยจะเป็นผู้ออกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ และจะชำระค่าเล่าเรียนและอุปกรณ์การเรียนของบุตรจนกว่าบุตรจะเรียนจบการศึกษาชั้นสูงแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยผิดสัญญา จึงขอให้จำเลยชำระเงินที่ค้างและเงินที่จำเลยจะต้องจ่ายต่อไปตามสัญญา จำเลยให้การว่าจำเลยมีรายได้น้อยไม่สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวให้ได้ดีตามควรอยู่แล้ว จึงไม่ต้องให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามโจทก์ฟ้อง และสัญญาตามฟ้องเป็นเรื่องที่จำเลยมีความสัมพันธ์กับบุตร ไม่ใช่กับโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และคดีโจทก์ ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง คดีไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรที่ค้าง และให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นรายเดือนจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ และจ่ายค่าเล่าเรียนและอุปกรณ์การเรียนเป็นรายปีจนกว่าบุตรจะจบการศึกษาชั้นสูงแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ซึ่งหย่าขาดจากจำเลยฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรค่าเล่าเรียนตลอดจนอุปกรณ์การเรียนและค่ารักษาพยาบาลบุตรตามสัญญายอมที่ทำไว้ไม่ใช่คดีเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัว เมื่อทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อโจทก์และจำเลยตกลงกันตามสัญญาว่าจำเลยยอมยกให้โจทก์เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตรและยอมส่งค่าเลี้ยงดูบุตรจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะโจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องให้จำเลยจ่ายค่าดังกล่าวให้โจทก์ตามสัญญาได้ และคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแพ่ง การนับอายุความฟ้องร้องเรียกเงินค่าเลี้ยงดูบุตรที่จำเลยต้องจ่ายแก่โจทก์เป็นรายเดือน และเงินค่าเล่าเรียนและค่าอุปกรณ์การเรียนเป็นรายปีนั้นย่อมต้องนับดูว่ารายใดเกิน 10 ปีหรือไม่ ส่วนที่ยังไม่เกิน 10 ปี ก็ไม่ขาดอายุความ เมื่อจำเลยตกลงให้โจทก์เป็นผู้เลี้ยงดูบุตรโดยจำเลยยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรและค่าเล่าเรียนตลอดจนอุปกรณ์การเรียนกับค่ารักษาพยาบาลบุตรให้โจทก์ตามสัญญาแล้ว จำเลยจะนำเหตุที่ว่าตนมีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรภริยา (คนใหม่)และมีหนี้สินมาอ้างเพื่อปัดความรับผิดตามสัญญาหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1753/2520 นางกรรณิการ์ จันทถิระ โจทก์ นายเสริม หรือไต่ตั๊ก แซ่หลี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกรรณิการ์ จันทถิระ · จำเลย - นายเสริม หรือไต่ตั๊ก แซ่หลี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1511/2520ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 891/2510ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา