⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 326/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ร่วมกับพวกยืนล้อมผู้เสียหายและทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองในเวลาใกล้ชิดกัน ถือเป็นการกระทำผิดพร้อมกัน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกยืนล้อมผู้เสียหายทั้งสองอยู่ในห้องที่เกิดเหตุในระยะใกล้ ส่วนผู้เสียหายยืนอยู่ห่างกันเพียง 5 เมตร ครั้นผู้เสียหายทั้งสองถูกคนเอาผ้าคลุมศีรษะแล้ว จำเลยกับพวกก็กลุ้มรุมทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองทันทีในเวลาใกล้ชิดกัน ตามพฤติการณ์พอถือว่าจำเลยได้ลงมือกระทำผิดพร้อมกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๒๙๗, ๘๓ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ นายปรีชา น่วมทนง ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ ให้จำคุกคนละ ๒ เดือน และมีความผิดตามมาตรา ๒๙๗ อีกกระทงหนึ่งให้จำคุกคนละ ๑ ปี ๖ เดือน รวมจำคุกจำเลยทั้งหมดหกคนละ ๑ ปี ๘ เดือน จำเลยทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยที่ ๒ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยนอกนั้นจำคุกคนละ ๘ เดือน ให้รอการลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ คนละ ๒ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่าจำเลยทั้งหกทำร้ายผู้เสียหายแต่ละคนเป็นสองคราว ประกอบกับสภาพของการกระทำและเจตนาของผู้กระทำผิดแล้วสามารถแยกเป็นคนละกรรมต่างกัน ซึ่งจะต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป และไม่ควรรอการลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยกับพวกยืนล้อมผู้เสียหายทั้งสองอยู่ในห้องที่เกิดเหตุในระยะใกล้ ส่วนผู้เสียหายยืนอยู่ห่างกันเพียง ๕ เมตร ครั้นผู้เสียหายทั้งสองถูกผ้าคลุมศีรษะแล้ว จำเลยทั้งหกกับพวกก็กลุ้มรุมทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองทันทีในเวลาใกล้ชิดกัน ตามพฤติการณ์พอถือว่าจำเลยได้ลงมือกระทำผิดพร้อมกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษและกำหนดโทษจำเลยทั้งหกนั้น ชอบและเหมาะสมกับรูปคดีแล้ว แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่สมควรที่จะรอการลงโทษจำเลย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ให้รอการลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ นั้น เป็นไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2520 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายปรีชา น่วมทนง โจทก์ร่วม นายชอบ มนุษย์จันทร์ ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายปรีชา น่วมทนง · ล. - นายชอบ มนุษย์จันทร์ ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม ดุลยสุข · ถนอม ครูไพศาล · สุจริต เสถียรกาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายดำรง อุณหวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร โรจนวิภาต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3889/2543ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 959/2531ฎีกา 1683/2523ฎีกา 3637/2559ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 789/2480ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา