คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2520
ย่อคำพิพากษา
เมื่อที่ดินเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มิใช่ของโจทก์ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจนำที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเช่า และไม่มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่เช่าของโจทก์ และขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้องเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์โดยสำคัญผิดว่าโจทก์เป็นเจ้าของ สัญญาเช่าเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์จำเลยรับกันว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้องอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ศาลชั้นต้นจึงงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มิใช่ของโจทก์ และจำเลยให้การต่อสู้ไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจนำที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเช่าและไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2520
นายวินิจ ยุทธศักดิ์ โจทก์
นายนำ เอื้อเฟื้อ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวินิจ ยุทธศักดิ์ · ล. - นายนำ เอื้อเฟื้อ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พยนต์ ยาวะประภาษ · แผ้ว ศิวะบวร · จันทร์ ระรวยทรง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายปรีชา บูรณะไทย · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร วรรณแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา