⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 348/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพยานหลักฐานไม่ชัดเจนว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดต่อผู้ใด จะลงโทษจำเลยในข้อหานั้นๆ ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

พยานหลักฐานโจทก์ได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 กับพวกฝ่ายหนึ่งและจำเลยที่ 3 ที่ 5 กับพวกอีกฝ่ายหนึ่งชุลมุนทำร้ายกัน ยังฟังไม่ได้ชัดว่าใครทำร้ายใครอย่างไร จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ในข้อหาทำร้ายร่างกายตามฟ้องไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับนายประยูรฝ่ายหนึ่ง และจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๖ อีกฝ่ายหนึ่งได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๓๙๑, ๘๓ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ ลงโทษจำคุก คนละ ๑ เดือน และปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนดคนละ ๒ ปี ส่วนจำเลยที่ ๔ และที่ ๖ ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยคนไหนทำร้ายคนไหน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีนางต้า นางกัลยา นางนิตย์ นางบุญญะ เป็นพยานต่างเบิกความว่าได้เห็นเหตุการณ์ชุลมุนทำร้ายกัน ไม่ทราบว่าใครทำร้ายใครแน่ชัด ส่วนนายไพฑูรย์พยานโจทก์เบิกความเพียงว่าเห็นพวกของนายมั่น ๓ คนรุมชกต่อยจำเลยที่ ๓ เห็นจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับนายประยูรถือเก้าอี้คนละตัวยืนคุมเชิงอยู่ และเห็นนายมั่นถือไม้จำเลยที่ ๑ กับนายประยูรใช้เก้าอี้ตีพยานล้มลง แล้วพยานวิ่งหนีไป แม้นายไพฑูรย์เบิกความว่าเห็นจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และนายประยูรรุมเตะต่อยจำเลยที่ ๓ เมื่อนายไพฑูรย์เดินเข้ามาในที่เกิดเหตุที่ถูกจำเลยที่ ๑ และนายประยูรเอาเก้าอี้ตีนายไพฑูรย์ และเห็นจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตีศีรษะจำเลยที่ ๕ แต่ได้ความว่านายไพฑูรย์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๕ นายสวัสดิ์พักอยู่บ้านคนงานของจำเลยที่ ๕ แสดงว่าเกี่ยวข้องเป็นฝักเป็นฝ่ายกับจำเลยที่ ๕ จึงไม่มีน้ำหนักควรแก่การเชื่อถือ ศาลฎีกาเห็นว่าตามพยานหลักฐานโจทก์ได้ความเพียงว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับพวกฝ่ายหนึ่ง และจำเลยที่ ๓ ที่ ๕ กับพวกอีกฝ่ายหนึ่งชุลมุนทำร้ายกัน ยังฟังไม่ได้ชัดว่าใครทำร้ายใครอย่างไร จึงลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ตามฟ้องไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2520 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายพิชัย วัฒนพงษ์ กับพวกรวม 6 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายพิชัย วัฒนพงษ์ กับพวกรวม 6 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · สมคิด มงคลชาติ · ภิญโญ ธีรนิติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - นายประเสริฐ โฉมงาม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 852/2464ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา