คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว ศาลมีอำนาจตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นได้ และไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไปหากข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนจากการแถลงของคู่ความ
ย่อคำพิพากษา
ประนีประนอมยอมความกำหนดให้จำเลยนำบุตรของโจทก์จำเลยมาอยู่ในกรุงเทพฯ โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่นำเด็กมาอยู่ในกรุงเทพฯตามยอม ศาลสอบถามจำเลยๆแถลงว่าวันที่โจทก์ว่าเด็กไม่อยู่ที่กรุงเทพฯนั้นจำเลยนำเด็กไปอยู่ต่างจังหวัดเพราะมีคนป่วยเป็นโรคตาแดงติดต่อจำเลยนำเด็กกลับมาอยู่กรุงเทพฯ แล้วหลังจากวันนั้น 11 วัน โจทก์ไม่แถลงคัดค้านอย่างใด ดังนี้ เป็นการที่ศาลไต่สวนคำร้องแล้วและฟังว่าจำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดจากยอมความเป็นอำนาจของศาลที่จะตรวจสอบหรือสืบพยานหลักฐานต่อไปหรือไม่ไม่จำต้องสืบพยานต่อไปก็ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสาโรจน์ สุนันทิวัฒน์ · จำเลย - นางวรรณเพ็ญ สุนันทิวัฒน์ หรือกลิ่นสุคนธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุมิตร ฟักทองพรรณ · สงวน สิทธิไชย · ชลูตม์ สวัสดิทัต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา