คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำนวนเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาประกันเมื่อผู้ที่ขอประกันผิดสัญญา เป็นเบี้ยปรับที่ศาลมีอำนาจลดลงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ย่อคำพิพากษา
จำนวนเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาประกันซึ่งผู้ประกันจะต้องชำระเมื่อมีการผิดสัญญาโดยส่งตัวผู้ที่ขอประกันให้ตามกำหนดมิได้นั้น เป็นเบี้ยปรับซึ่งศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสามพราน จำเลยได้ทำสัญญาประกันต่อโจทก์ประกันตัวนายพยอมผู้ต้องหา โดยสัญญาว่าจะนำตัวนายพยอมส่งต่อโจทก์ในกำหนด มิฉะนั้นยอมให้ปรับ ๙๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยไม่สามารถนำตัวนายพยอมส่งให้โจทก์ได้ ขอให้จำเลยชำระเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท
จำเลยให้การว่า จำเลยประกันตัวนายพยอมต่อร้อยตำรวจตรีพิธีในข้อหามีอาวุธปืนในครอบครองในอัตราค่าปรับฐานผิดสัญญาไม่เกิน ๙,๐๐๐ บาท ไม่ได้ประกันนายพยอมในข้อหาคดีอุกฉกรรจ์อีกกระทงหนึ่ง ร้อยตำรวจตรีพิธีไม่มีอำนาจสั่งในเรื่องประกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยได้ส่งตัวนายพยอมให้ร้อยตำรวจตรีพิธีตามนัดครั้งหนึ่งแล้ว ร้อยตำรวจตรีพิธีมิได้กำหนดให้ส่งตัวอีกครั้ง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามสัญญาประกันเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท
โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยชำระเงินให้ครบ ๙๐,๐๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดเป็นจำนวน ๙๐,๐๐๐ บาท เต็มตามสัญญาประกันหรือไม่นั้น เห็นว่าจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาประกันซึ่งผู้ค้ำประกันจะต้องชำระเมื่อมีการผิดสัญญาโดยส่งตัวผู้ที่ขอประกันให้ตามกำหนดมิได้นั้นเป็นเบี้ยปรับซึ่งศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ สำหรับเบี้ยปรับในคดีนี้เมื่อพิเคราะห์ถึงข้อหาแห่งความผิดที่อ้างว่านายพยอมผู้ต้องหากระทำผิดคือฐานมีอาวุธปืนโอโตเมติกขนาด ๑๑ มิลลิเมตร ๑ กระบอกไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานผู้จับกุมโดยนายพยอมผู้ต้องหาใช้มือผลักจ่าสิบตำรวจปราโมทย์ ศิริทรัพย์ เซหน้าหงายไปเท่านั้น ประกอบกับได้ความจากพยานโจทก์เองว่านายพยอมผู้ต้องหา ต่อมาได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจยิงตายไปแล้ว ฉะนั้น จึงเห็นสมควรลดจำนวนเงินค่าปรับตามสัญญาประกันลงเหลือเพียง ๙,๐๐๐ บาท
พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระค่าปรับ ๙,๐๐๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2520
พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อำเภอสามพราน โดยร้อยตำรวจเอกหม่อม
หลวงจีระพันธุ์ กฤดากร ผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอสามพราน โจทก์
นายป่วน เภาด้วง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โดยร้อยตำรวจเอกหม่อม - พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อำเภอสามพราน · โจทก์ - หลวงจีระพันธุ์ กฤดากร ผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอสามพราน · ล. - นายป่วน เภาด้วง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บัญญัติ สุชีวะ · สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายลิขิต ไชยฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล กุมาลย์วิสัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา