คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีกฎหมายใหม่ที่แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดี และกฎหมายใหม่นั้นเป็นคุณแก่จำเลย ให้ใช้กฎหมายใหม่นั้นบังคับแก่คดี แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาในประเด็นนั้นก็ตาม หากคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยยกฟ้องได้หากมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ต้องรับโทษ
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 ออกใช้บังคับ พระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้พระราชบัญญัตินี้มาปรับแก่คดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 วรรคแรก แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาขึ้นมา เมื่อคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา และมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ต้องรับโทษ ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกสั้นไว้ในครอบครอง และมีกระสุนปืนคาร์บิน ๑ นัด ซึ่งเป็นกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๕๕, ๗๒, ๗๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๕, ๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๗ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ แต่เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๕๕, ๗๘ จำคุก ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๖ เดือน ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ฟ้องแยกเป็น ๒ กระทงความผิดต่างกรรมต่างวาระกันขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยอีกกระทงหนึ่งฐานมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาต
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ ออกมาใช้บังคับ ตามมาตรา ๓,๕ บัญญัติให้โอกาสแก่ผู้มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม นำไปขอรับอนุญาตหรือนำไปขอรับอนุญาตหรือนำไปมอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้วให้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ จึงต้องถือว่าในระหว่างนั้นกฎหมายยกเว้นโทษให้แก่ผู้มีอาวุธปืนและกระสุนปืนสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แสดงว่ากฎหมายที่ใช้ในขณะจำเลยกระทำผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำและพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้พระราชบัญญัตินี้มาปรับกับคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ วรรคแรก แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาขึ้นมา เมื่อคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา และมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ต้องรับโทษ ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ได้
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2520
พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์
นายประนัด สายแก้ว ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · ล. - นายประนัด สายแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสกลนคร - นายสุรวิทย์ หิรัญคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายสีห์ คลายนสูตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา