⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 814/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 814/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้โจทก์ถึงแก่กรรมในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกาก็ยังมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญา (ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177) แม้โจทก์ถึงแก่กรรมในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาและทายาทของผู้มรณะไม่ติดใจรับมรดกความ ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีไปได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2520)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยทั้ง ๖ คน ซึ่งรับราชการเป็นตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอเดินบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี บังอาจร่วมกันเอามูลฝิ่นและเครื่องอุปกรณ์ในการสูบฝิ่นยัดเยียดใส่ให้โจทก์ และทำบันทึกการตรวจค้นจับกุมว่าพบมูลฝิ่นและเครื่องอุปกรณ์ในการสูบฝิ่นดังกล่าวที่ตัวโจทก์ เป็นการทำพยานหลักฐานเท็จ เพื่อให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่าโจทก์กระทำผิด วันเดียวกันนั้นเวลากลางวัน จำเลยร่วมกันแจ้งข้อความซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อร้อยตำรวจโท ถนอมพนักงานสอบสวนว่า โจทก์มีมูลฝิ่นเครื่องอุปกรณ์ในการสูบฝิ่นและเห็นโจทก์สูบฝิ่น ทั้งนี้ เพื่อให้โจทก์รับโทษทางอาญา ความจริงโจทก์มิได้กระทำผิด การกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โจทก์ถูกร้อยตำรวจโทถนอมควบคุมตัวและดำเนินคดีในข้อหาว่ากระทำผิดตามที่จำเลยแจ้งความ เหตุเกินที่ตำบลหัวนาและตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เบิกความโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จต่อศาลในการพิจารณาหมายเลขแดงที่ ๑๖๕๐/๒๕๑๗ ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรีว่าเห็นโจทก์มีมูลฝิ่น เครื่องอุปกรณ์ในการสูบฝิ่นและเห็นโจทก์กำลังสูบฝิ่น เหตุเกิดที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๒, ๑๗๗, ๑๗๙, ๑๕๗, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ส่วนข้อหาอื่น (สำหรับจำเลยที่ ๑) และ (ข้อหาสำหรับ) จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ทุกข้อหาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า คดีเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ มีมูลตามข้อหาอื่นที่โจทก์ฟ้องด้วย ส่วนจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ มีมูลตามฟ้องทุกข้อหา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าคดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๙, ๑๕๗, ๘๓ ด้วย จำเลยที่ ๒ มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๘๓ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๙, ๑๕๗, ๘๓ ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นนัดพร้อมสอบถามคู่ความแล้วปรากฏว่าทายาทของผู้มรณะไม่ติดใจรับมรดกความ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีมติว่า แม้โจทก์จะมรณะ ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีไปได้ และเห็นฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้และพิพากษาให้ยกฎีกาของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 814/2520 นายเพียร พุฒจันทร์ โจทก์ จ่าสิบตำรวจอัมพร ประทุม กับพวกรวม 6 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเพียร พุฒจันทร์ · ล. - จ่าสิบตำรวจอัมพร ประทุม กับพวกรวม 6 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · ยงยุทธ เลอลภ · พยนต์ ยาวะประภาษ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายราม ทองอ่อนพูล · ศาลอุทธรณ์ - นายประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 8537/2553ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 1303/2551ฎีกา 904/2516ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 1566/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา