⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 897/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกอบกิจการโดยมีลักษณะเป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการจัดการค้าขายให้แก่ผู้อื่น โดยมิได้เป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการนั้นเอง ถือเป็นการประกอบการค้าประเภทนายหน้าตามประมวลรัษฎากร

ย่อคำพิพากษา

ห้างโจทก์มีวัตถุประสงค์จำหนายข้าวสาร และเป็นนายหน้าและตัวแทนต่างในกิจการทุกประเภท ในการติดต่อขายข้าวให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศ ทางห้างโจทก์เสนอราคาขายข้าวโดยบวกค่าระวางบรรทุก ค่าประกันภัยและค่านายหน้ารวมเข้าไปด้วย แต่โจทก์ไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ส่งข้าวออกไปขายต่างประเทศ และไม่ได้ขออนุญาตต่อทางราชการได้ความว่าโรงสีเป็นผู้ขออนุญาตส่งข้าวไปขายต่างประเทศ เป็นผู้ขออนุญาตนำเงินตราต่างประเทศเท่าราคาข้าวที่ขายเข้ามาในประเทศ ทั้งเป็นผู้ปฏิบัติตามพิธีการส่งออกของกรมศุลกากร เสียภาษีศุลกากร ค่าพรีเมี่ยม และภาษีการค้าข้าว กระสอบบรรจุข้าวส่งไปขายต่างประเทศก็มีตราของผู้ซื้อประทับอยู่ แสดงว่าโรงสีรู้อยู่แล้วว่ามีผู้ซื้อตัวจริงในต่างประเทศโจทก์อ้างว่าโรงสีขายข้าวให้โจทก์ แต่การซื้อขายไม่มีการวางมัดจำหรือทำสัญญาซื้อขายข้าวกัน โจทก์ไม่มีโกดังเก็บข้าวเอง เมื่อโรงสีส่งมอบข้าวแล้วโจทก์ยังไม่ชำระเงินค่าข้าวประกอบกับเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ผู้ซื้อในต่างประเทศส่งมาชำระค่าข้าวนั้นโจทก์จะรับเอาทั้งหมดไม่ได้ คงรับได้เฉพาะส่วนที่เป็นผลประโยชน์ของโจทก์เองเท่านั้น พฤติการณ์เหล่านี้แสดงว่าโจทก์เพียงแต่ทำการเป็นนายหน้าหรือตัวแทน หรือรับจัดธุรกิจจัดการให้โรงสีและผู้ซื้อในต่างประเทศของโจทก์ก็เข้าลักษณะเป็นการประกอบการค้าประเภทนายหน้าตามประมวลรัษฎากรหาใช่โจทก์เป็นผู้ขายข้าวส่งต่างประเทศเองไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1388/2509)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.845 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.846 ประมวลรัษฎากร ม.78 ประมวลรัษฎากร ม.87 ประมวลรัษฎากร ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ อ้างว่าโจทก์ประกอบการค้าส่งออกพืชไร่และข้าวสารไปจำหน่ายต่างประเทศ พฤติการณ์แสดงว่าโจทก์ทำการเป็นนายหน้า ตัวแทน แต่ยื่นภาษีการค้าไว้เฉพาะสินค้าพืชไร่ ส่วนค่านายหน้ามิได้ยื่นเสียภาษีจึงประเมินเรียกเก็บเพิ่มรวมทั้งเบี้ยปรับ สำหรับปี ๒๕๐๗ และ ๒๕๐๘ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๔๒๖,๙๕๐.๙๗ บาท โจทก์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษีการค้าดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ โจทก์ไม่มีหน้าที่เสียภาษีตามที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ กล่าวอ้าง โจทก์เป็นพ่อค้าคนกลางขายข้าวสารให้ผู้ซื้อในต่างประเทศประกอบการค้าในนามของโจทก์เอง รับผลกำไรขาดทุนเป็นของโจทก์ ไม่ได้กระทำการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนให้แก่บุคคลใด การที่จำเลยประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าสำหรับค่านายหน้าจากโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยที่ ๑ และยกคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เสีย จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์มิได้เป็นผู้ประกอบการค้าในการขายข้าวสารไปยังต่างประเทศ เพียงแต่เป็นคนกลางติดต่อให้มีการซื้อขายกัน จึงเป็นนายหน้าหรือตัวแทนผู้ชี้ช่องหรือจัดการให้ผู้ซื้อในต่างประเทศกับโรงสีได้ซื้อขายข้าวสารกัน และโจทก์ได้รับบำเหน็จในการนี้ โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าสำหรับค่านายหน้าตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยที่ ๑ ได้ประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คือ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์โดยถูกต้องตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของโจทก์เป็นการประกอบการค้าประเภทนายหน้าและตัวแทนประมวลรัษฎากร จำเลยที่ ๑ ประเมินภาษีให้โจทก์เสียภาษีและเบี้ยปรับตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ห้างโจทก์มีวัตถุประสงค์จำหน่ายข้าวสารส่งข้าวสารไปจำหน่ายต่างประเทศ เป็นนายหน้าและตัวแทนค้าต่างในกิจการทุกประเภท โจทก์ส่งข้าวไปขายต่างประเทศหรือจัดการให้พ่อค้าในต่างประเทศซื้อขายข้าวสารจากประเทศไทย โดยสำรวจราคาข้าวสามในท้องตลาดแล้วเสนอราคาไปยังผู้ซื้อในต่างประเทศ เมื่อผู้ซื้อตกลง โจทก์ก็แจ้งให้ผู้ซื้อเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตมาให้ในนามของโจทก์ ต่อจากนั้นโจทก์จะติดต่อบริษัทเรือว่าจ้างบรรทุกข้าวไปยังต่างประเทศ กับติดต่อโรงสีโดยเสนอราคารับซื้อข้าวในราคาที่รวมถึงการปฏิบัติตามพิธีการทางศุลกากร และค่าใช้จ่ายในการส่งมอบข้าวให้โจทก์บนเรือ (เอฟ.โอ.บี.) หลังจากนำข้าวสารบรรทุกเรือแล้ว ธนาคารก็จะจ่ายเงินตามเลตเตอร์ออฟเครดิตให้โจทก์ แต่โจทก์ต้องสั่งธนาคารจ่ายเงินค่าข้าวให้แก่โรงสีก่อน ส่วนที่เหลือจึงจะจ่ายให้โจทก์ ปัญหามีว่า โจทก์ได้ทำการค้าข้าวส่งออกไปขายต่างประเทศในฐานะนายหน้าหรือตัวแทน หรือเป็นผู้ขายเอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ห้างโจทก์นอกจากจะได้จดทะเบียนมีวัตถุประสงค์จำหน่ายข้าวแล้ว ยังเป็นนายหน้าและตัวแทนค้าต่างในกิจการทุกประเภทด้วย จากการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ของเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินภาษี ผู้จัดการห้างโจทก์ให้การว่าการติดต่อขายข้าวให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศ ทางห้างเสนอราคาขายข้าวโดยบวกค่าระวางบรรทุก ค่าประกันภัย และค่านายหน้ารวมเข้าไปด้วย ผู้ที่จะส่งข้าวไปขายต่างประเทศได้จะต้องจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์และต้องขออนุญาตส่งข้าวไปขายต่างประเทศ แต่โจทก์ไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ส่งข้าวออกไปขายต่างประเทศและไม่ได้ขออนุญาตต่อทางราชการ กลับได้ความว่าโรงสีเป็นผู้ขอโควต้าและขออนุญาตส่งข้าวไปขายต่างประเทศเอง ทั้งเป็นผู้ขออนุญาตินำเงินตราต่างประเทศเท่าราคาข้าวที่ขายเข้ามาในประเทศ เป็นผู้ปฏิบัติตามพิธีการส่งออกของกรมศุลกากร เสียภาษีศุลกากร เสียค่าพรีเมี่ยมข้าว และภาษีการค้าข้าว ตลอดจนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการขนข้าวลงเรือ หากโจทก์เป็นผู้ขายให้ผู้ซื้อในต่างประเทศเองแล้ว โจทก์ย่อมจะเป็นผู้ดำเนินการดังกล่าวเองทั้งสิ้น โจทก์อ้างว่าได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวกับโรงสีแต่ไม่ส่งอ้างสัญญาเป็นพยานต่อศาล โจทก์ไม่มีโกดังเก็บข้าวเอง กระสอบบรรจุข้าวส่งไปขายต่างประเทศก็มีตราของผู้ซื้อในต่างประเทศประทับ แสดงว่าโรงสีรู้อยู่แล้วว่ามีผู้ซื้อในต่างประเทศเท่านั้น และเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ผู้ซื้อในต่างประเทศส่งมาชำระค่าข้าวนั้น โจทก์จะรับเอาทั้งหมดไม่ได้ คงรับได้เฉพาะส่วนที่เป็นผลประโยชน์ของโจทก์เองเท่านั้น พฤติการณ์เหล่านี้แสดงว่าโจทก์เพียงแต่ทำการเป็นนายหน้าจัดการให้โรงสีและผู้ซื้อในต่างประเทศได้ซื้อขายกัน การค้าประเภทนายหน้าและตัวแทนตามประมวลกรัษฎากรนั้นรวมถึงการรับจัดธุรกิจให้ผู้อื่นด้วย จึงอาจมีการขาดทุนได้เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ผิดพลาดไป การกระทำของโจทก์เข้าลักษณะเป็นการประกอบการค้าประเภทนายหน้าตามประมวลรัษฎากร หาใช่โจทก์เป็นผู้ขายข้าวส่งต่างประเทศเองไม่ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๘๘/๒๕๐๙ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2520 กางยีเปรมยี โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กางยีเปรมยี · ล. - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · สนับ คัมภีรยส · ภิญโญ ธีรนิติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอำนวย อินทุภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ น้อยพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3310/2536ฎีกา 5542/2540ฎีกา 1207/2542ฎีกา 581/2501ฎีกา 848/2527ฎีกา 3581/2526ฎีกา 2539/2534ฎีกา 707/2507ฎีกา 5890/2539ฎีกา 5523/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 2675/2527ฎีกา 2165/2542ฎีกา 53/2525ฎีกา 735/2491ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 5775/2539ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 6320/2541ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา