คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อที่ดินของผู้ใดถูกล้อมจนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ และมีทางจำเป็นต้องผ่านที่ดินแปลงอื่น ผู้มีสิทธิในที่ดินแปลงที่ถูกล้อมชอบที่จะขอให้เปิดทางจำเป็นได้
ย่อคำพิพากษา
ตามฟ้องมีข้อความตอนหนึ่งว่า จำเลยทั้งสองใช้ไม้กระดานและสังกะสีปิดกั้นทาง ขุดถนนเป็นหลุมและปลูกต้นกล้วย โจทก์ทั้งสองกับบริวารไม่สามารถใช้ทางผ่านเข้าออกและไม่มีทางอื่นที่จะให้โจทก์ผ่านออกไปได้อีกด้วย โดยที่ดินของโจทก์ถูกล้อมไว้รอบ โจทก์จะเป็นต้องตัดรั้วลวดหนามใช้บันไดปีนรั้วสังกะสีด้านหลัง ขออนุญาตชั่วคราวผ่านบ้านของผู้อื่นเป็นทางเข้าออกได้เฉพาะเวลากลางวัน จากถ้อยคำในฟ้องดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดอยู่แล้วว่า บ้านและที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นๆ ล้อมไว้รอบไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ คงมีทางออกอยู่ทางเดียวที่จำเลยปิดกั้นเสีย ทางพิพาทจึงเข้าลักษณะทางจำเป็น ศาลชอบที่จะพิพากษาให้จำเลยเปิดทางจำเป็นได้ ไม่เกินคำขอ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปิดกั้นเปิดทางให้กว้าง ๔ เมตร และจดทะเบียนทางภารจำยอม
จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทั้งสองขออาศัยผ่านทางที่จำเลยทำไว้ในฐานะเป็นเจ้าของที่ดินรวม ทางพิพาทจึงไม่ตกเป็นทางภารจำยอม ทางพิพาทกว้างไม่เกิน ๒.๕๐ เมตรา จำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายชัดเจนว่าที่ดินของจำเลยแปลงใดตกเป็นภารจำยอมต่อที่ดิน ของโจทก์แปลงไหน
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็น ให้จำเลยทั้งสองรื้อรั้วเปิดทางออกให้กว้างเท่าประตู และทำทางพิพาทให้ดีเช่นเดิม
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เปิดทางจำเป็นให้แก่โจทก์นั้นนอกฟ้องเกินคำขอว่า ตามฟ้องมีข้อความตอนหนึ่งว่าจำเลยทั้งสองใช้ไม้กระดานและสังกะสีตีปิดกั้นทาง ขุดถนนเป็นหลุมและปลูกต้นกล้วย โจทก์ทั้งสองกับบริวารไม่สามารถใช้ทางผ่านเข้าออก และไม่มีทางอื่นที่จะให้โจทก์ผ่านออกไปได้อีกด้วย โดยที่ดินของโจทก์ถูกล้อมไว้รอบ โจทก์จำเป็นต้องตัดรั้วลวดหนามใช้บันไดปีนรั้วสังกะสีด้านหลัง ขออนุญาตชั่วคราวผ่านบ้านของผู้อื่นเป็นทางเข้าออกได้เฉพาะกลางวัน จากถ้อยคำในฟ้องดังกล่าว แสดงให้เห็นชัดอยู่แล้วว่า บ้านและที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นๆ ล้อมไว้รอบ ไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ คงมีทางออกอยู่ทางเดียวที่จำเลยปิดกั้นเสีย ทางพิพาทจึงเข้าลักษณะทางจำเป็น ทั้งคำขอท้ายฟ้องข้อ ๑ ก็ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางพิพาทเพื่อให้โจทก์เดินผ่านที่ดินของจำเลย ที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยเปิดทางจำเป็นนั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2520
นายสุรินทร์ ซันยีวี กับพวก โจทก์
นายสุทิน ซันยีวี กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุรินทร์ ซันยีวี กับพวก · ล. - นายสุทิน ซันยีวี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายดำรง แจ่มสุธี · ศาลอุทธรณ์ - นายจินดา บุญศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา