⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 973/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จจนได้ทรัพย์สินไป ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ไม่ใช่ความผิดฐานลักทรัพย์ หากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลต้องยกฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ได้ความว่าจำเลยมาเอารถจักรยาน 2 ล้อ ของผู้เสียหายซึ่งฝากไว้กับนายจันทร์ อ้างว่าจะเอาไปให้ผู้เสียหาย นายจันทร์เห็นว่าจำเลยกับผู้เสียหายเป็นเพื่อนกันและมาฝากรถด้วยกันจึงมอบให้ไป แล้วจำเลยนำไปเป็นประโยชน์ของตน หาได้นำไปคืนให้ผู้เสียหายไม่ เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตมาแต่แรกแล้วหลอกลวงให้นายจันทร์หลงเชื่อด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จจนได้รถคันนั้นไปจากนายจันทร์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ไม่ใช่ความผิดฐานลักทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลก็ต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๑๙ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจลักเอารถจักรยาน ๒ ล้อ ๑ คัน ราคา ๑,๒๖๐ บาท ของนายหนูเขื่อน ไชยแสนผู้เสียหายซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาของนายจันทร์ พลซาไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลปวนพุ อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ ให้จำคุก ๑ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑,๒๖๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้มาเอารถจักรยาน ๒ ล้อ ของผู้เสียหายซึ่งฝากไว้กับนายจันทร์ โดยจำเลยว่าจะเอาไปให้ผู้เสียหาย แต่ก็หาได้นำไปคืนให้ผู้เสียหายไม่ รถจักรยานของผู้เสียหายอยู่ในความครอบครองของนายจันทร์ การที่จำเลยมาบอกนายจันทร์ว่าจะเอาไปคืนให้ผู้เสียหาย นายจันทร์เห็นว่าจำเลยกับผู้เสียหายเป็นเพื่อนกันและมาฝากรถด้วยกันจึงมอบให้ไป แล้วจำเลยนำไปเป็นประโยชน์ของตนหาได้นำไปคืนให้ผู้เสียหายไม่ จึงอยู่ในลักษณะที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตมาแต่แรกแล้วหลอกลวงให้นายจันทร์หลงเชื่อด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จจนได้รถคันนั้นไปจากนายจันทร์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ไม่ใช่ความผิดฐานลักทรัพย์ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๕๔/๒๕๐๙ ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ นายตุ่น เพ็ชร์สาริกิจ จำเลย เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลก็ต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในผล ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2520 พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์ นายอุดม ศรีบุญมี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · ล. - นายอุดม ศรีบุญมี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทยา มงคล · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายเพ็ง เพ็งนิติ · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา