⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1152/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1152/2521

ป.อาญา ม.140 · ป.วิ.อาญา ม.93

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การค้นตัวบุคคลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 จะกระทำได้เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นจะกระทำผิดและมีอาวุธที่จะนำไปใช้ในการกระทำผิดนั้น การขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยการใช้อาวุธเป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

วัยรุ่นกำลังเดินอยู่ในทางสาธารณะ คนหนึ่งเป็นผู้ต้องหาของตำรวจ มีผู้แจ้งว่าบุคคลเหล่านั้นจะไปทำผิดเป็นเหตุอันควรสงสัยว่าจะทำความผิดและมีอาวุธที่จะนำไปใช้ทำผิด นายตำรวจค้นได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 จำเลยขัดขวางโดยยิงตำรวจ เป็นความผิดตาม มาตรา 140,289,80 ลงโทษตาม มาตรา 289,80 ซึ่งเป็นบทหนัก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.93 ประมวลกฎหมายอาญา ม.140

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.93 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.140 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289, 80, 78 จำคุกคนละ 33 ปี 8 เดือน ปรับคนละ 50 บาท ตามมาตรา 371, 78 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำคุกจำเลยที่ 3 ตามมาตรา 140 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน โจทก์และจำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ร้อยตำรวจตรีระพีพัฒน์กับพวกเพียงแต่ขอตรวจค้นเท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงไม่ใช่เป็นการขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 และ 140คือการต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่หรือการต่อสู้หรือขัดขวางผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ เมื่อมีคนมาแจ้งว่าวัยรุ่น 5-6 คนกำลังเดินไปทางซอยวัดใหม่ตาสุด สงสัยว่าจะไปกระทำความผิด และเมื่อร้อยตำรวจตรีสุรเจตน์กับพวกไปที่ซอยวัดใหม่ตาสุดก็เห็นจำเลยทั้งสามกับพวกเดินอยู่ในทางสาธารณะประกอบกับจำเลยที่ 1 เป็นผู้ต้องหาของสถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ จำเลยทั้งสามกับพวกจึงเป็นผู้ที่ร้อยตำรวจตรีสุรเจตน์กับพวกสงสัย โดยมีเหตุสมควรว่าจำเลยทั้งสามกับพวกจะไปกระทำความผิดและมีอาวุธที่จะนำไปใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งมีเหตุที่จะค้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 การที่ร้อยตำรวจตรีสุรเจตน์และร้อยตำรวจตรีระพีพัฒน์บอกจำเลยทั้งสามกับพวกว่า เป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจค้น เป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนเมื่อจำเลยที่ 3 ขัดขวางไม่ยอมให้ร้อยตำรวจตรีระพีพัฒน์ค้นตัว การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงเป็นความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ แต่จำเลยที่ 3 อายุเพียง 19 ปี สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76" พิพากษาแก้ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 289, 80, 150จำคุกตามมาตรา 289, 80 บทหนัก 22 ปี 2 เดือน 20 วัน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1152/2521 อัยการกรมอัยการ โจทก์ นายอั้งม้อ แซ่ลิ้ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายอั้งม้อ แซ่ลิ้ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 187/2507ฎีกา 1082/2507ฎีกา 2999/2517ฎีกา 2219/2533ฎีกา 757-758/2562ฎีกา 380/2515ฎีกา 692/2561ฎีกา 1025/2518ฎีกา 1760/2509ฎีกา 147/2504ฎีกา 407/2537ฎีกา 640/2492ฎีกา 3891/2530ฎีกา 8308/2544ฎีกา 6597/2555ฎีกา 5251/2537ฎีกา 319-320/2521ฎีกา 984/2514ฎีกา 1497/2561ฎีกา 7152/2538ฎีกา 8722/2555ฎีกา 9212/2539ฎีกา 2461-2462/2521ฎีกา 4724/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา