⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5251/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5251/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296 เป็นความผิดที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยสมบูรณ์ในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 295 อีก ส่วนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 138 วรรคสองด้วย เนื่องจากมาตรา 140 วรรคแรก มิได้บัญญัติความผิดไว้ชัดแจ้งในตัว

ย่อคำพิพากษา

การปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296ไม่จำต้องปรับบทลงโทษตาม มาตรา 295 อีก ส่วนการปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก นั้น ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 138 วรรคสองด้วย เพราะมาตรา 140 วรรคแรก มิได้บัญญัติความผิดไว้ชัดแจ้งในตัว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายอาญา ม.140 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,140, 289, 258, 33, 80, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(2) ประกอบมาตรา 80, 140 วรรคแรก,91, 33 ฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้อาวุธเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานทำให้เสียทรัพย์จำคุก 1 ปี เมื่อศาลได้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ก็ไม่เรียงกระทงลงโทษความผิดฐานอื่นอีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)สำหรับอาวุธมีดปลายแหลมไม่ได้ยึดไว้เป็นของกลาง ดังนั้นคำขอให้ริบจึงให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก 295, 296 เป็นการกระทำกรรมเดียว ให้ลงโทษตามมาตรา 140 วรรคแรก ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดจำคุก 1 ปี ฐานทำให้เสียทรัพย์ วางโทษจำคุก 3 เดือน รวมสองกระทงจำคุก 1 ปี 3 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่เท่านั้นหาได้มีเจตนาจะฆ่า ผู้เสียหายแต่อย่างใดไม่ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296แล้ว ก็ไม่จำต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 295 อีก ส่วนการปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรกนั้น ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 138 วรรคสองด้วยเพราะความผิดตามมาตรา 140 วรรคแรกมิได้บัญญัติความผิดไว้ชัดแจ้งในตัว การปรับบทลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงไม่ถูกต้อง สมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 296 และมาตรา 140 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 138 วรรคสองนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5251/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด น่าน โจทก์ นาย น้อม เนตร ทิพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด น่าน · จำเลย - นาย น้อม เนตร ทิพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 505/2480ฎีกา 187/2507ฎีกา 3172/2526ฎีกา 1867/2531ฎีกา 1336/2553ฎีกา 92/2479ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 333/2527ฎีกา 2716/2535ฎีกา 444/2537ฎีกา 8198/2550ฎีกา 852/2464ฎีกา 5838/2541ฎีกา 698/2483ฎีกา 942/2532ฎีกา 1082/2507ฎีกา 182/2532ฎีกา 76/2466ฎีกา 863/2486ฎีกา 1041/2506ฎีกา 1408/2547ฎีกา 1875/2522ฎีกา 1240/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา