⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1162/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ตกลงให้เช่าแผงลอยที่ยังไม่ได้ก่อสร้างและมีการจ่ายเงินเพื่อช่วยค่าก่อสร้าง ถือเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ แม้จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงตามสัญญามีว่า โจทก์จะขอเช่าแผงลอยซึ่งจำเลยยังไม่ได้ก่อสร้าง โดยโจทก์ได้จ่ายเงินจำนวนนั้นให้กับจำเลยในวันทำสัญญา เพื่อช่วยค่าก่อสร้างตลาดรายนี้เป็นข้อตกลงกันล่วงหน้า สัญญาฉบับนี้จึงเข้าลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนกันตามธรรมดา หาใช่สัญญาเช่าสิ่งก่อสร้างตามบัญชีข้อ 1 ท้ายประมวลรัษฎากรไม่ แม้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ก็ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาให้โจทก์เช่าแผงลอย 30 แผง มีกำหนดเวลาเช่า 15 ปี และจะได้ไปจดทะเบียนสัญญาเช่าต่อไป เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยยอมทำสัญญาเช่าดังกล่าว โจทก์จึงจ่ายเงินช่วยค่าก่อสร้างให้จำเลย100,000 บาท จำเลยได้รับเงินไปแล้วและสัญญาว่าหากมีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นทำให้โจทก์ไม่สามารถเช่าแผงลอยดังกล่าวได้ จำเลยยอมคืนเงิน100,000 บาทให้โจทก์ เมื่อจำเลยก่อสร้างอาคารตลาดเสร็จ ไม่ยอมมอบแผงลอย30 แผงให้โจทก์ โจทก์ติดต่อให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาหลายครั้งจำเลยก็เพิกเฉย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบแผงลอย 30 แผงให้โจทก์พร้อมทั้งค่าเสียหาย หากส่งมอบไม่ได้ให้ใช้เงินแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ทำสัญญาให้เช่าแผงลอยตามฟ้องและไม่เคยรับเงิน 100,000 บาทจากโจทก์ สัญญาท้ายฟ้องเป็นเอกสารปลอม จำเลยเป็นเพียงคู่สัญญาเช่าที่ดินตลาดท่าพระยาจักรจากกรมศิลปากรเท่านั้น จำเลยไม่ได้เป็นผู้ก่อสร้างและเป็นเจ้าของตลาด ไม่มีอำนาจตกลงหรือเซ็นสัญญาให้โจทก์เช่าผู้อื่นเป็นผู้ก่อสร้างและเป็นเจ้าของตลาด โจทก์ไม่เคยทวงถามจำเลย โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าแผงลอย และจำเลยรับเงินช่วยค่าก่อสร้าง 100,000 บาทจากโจทก์ จำเลยไม่สามารถส่งมอบแผงลอยได้เพราะบุคคลอื่นเป็นผู้ก่อสร้างตลาด จำเลยไม่มีสิทธิในแผงลอยเหล่านั้น พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 100,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า กรมศิลปากรเปิดประมูลสร้างอาคารในตลาดท่าพระยาจักร จำเลยเป็นผู้ประมูลได้ จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารมอบกรรมสิทธิ์แก่กรมศิลปากร เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ได้มีการเปิดให้เช่าแผงลอยในตลาดดังกล่าว และโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาฉบับดังกล่าวตามฟ้องจริงโดยจำเลยได้รับเงิน 100,000 บาทไว้จากโจทก์ เมื่อจำเลยไม่สามารถส่งมอบแผงลอยตามข้อตกลงจำเลยก็ต้องคืนเงิน 100,000 บาทให้โจทก์ตามสัญญา ส่วนสัญญาเอกสารหมาย จ.2 จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงตามสัญญาฉบับนี้มีว่า โจทก์จะขอเช่าแผงลอยในตลาดพระยาจักรซึ่งจำเลยยังไม่ได้ก่อสร้าง โดยโจทก์ได้จ่ายเงิน 100,000บาทให้กับจำเลยในวันทำสัญญาเพื่อช่วยค่าก่อสร้างตลาดรายนี้ เป็นข้อตกลงกันล่วงหน้า สัญญาฉบับนี้จึงเข้าลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนกันตามธรรมดา หาใช่สัญญาเช่าสิ่งก่อสร้างตามบัญชีข้อ 1 ท้ายประมวลรัษฎากรไม่ เพราะหากจะมีการเช่าตามข้อตกลงนี้ก็จะต้องมีการทำสัญญาเช่าต่อกันขึ้นใหม่เอกสารหมาย จ.2 แม้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2521 นางสาววิไลวรรณ นนทมาศ โจทก์ นายสวง บินมาดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาววิไลวรรณ นนทมาศ · จำเลย - นายสวง บินมาดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · ชลอ จามรมาน · สมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1090/2530ฎีกา 6962/2551ฎีกา 2675/2548ฎีกา 45/2495ฎีกา 6938/2539ฎีกา 8810/2543ฎีกา 3582/2534ฎีกา 2216/2553ฎีกา 3754/2538ฎีกา 2721/2548ฎีกา 749/2513ฎีกา 282/2524ฎีกา 152/2525ฎีกา 2423/2550ฎีกา 2466/2559ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 10229/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2049/2528ฎีกา 2156/2535ฎีกา 991/2548ฎีกา 3821/2538ฎีกา 1612/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา