⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1986/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1986/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพาผู้เสียหายที่ยังไม่เกินสิบเจ็ดปีไปเพื่อการอนาจาร แม้จะอ้างว่าจะขอขมาภายหลัง แต่หากไม่มีการดำเนินการตามที่อ้างจริง ย่อมถือว่ามีเจตนาพาไปเพื่อการอนาจารแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีภริยาอยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ได้ชักชวนผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 16 ปี ให้หนีไปอยู่กับจำเลยแล้วจะมาขอขมาภายหลัง แต่ก็หาได้ไปขอขมาไม่ แสดงว่าจำเลยไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงดูเป็นภริยาจริงจัง ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันพรากพานางสาวอุดมลักษณ์อายุ 16 ปี ผู้เยาว์ผู้เสียหายไปเสียจากบิดา โดยร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงว่าจะพาไปเลี้ยงดูเป็นภริยาของจำเลยที่ 1 แล้วร่วมกันพาผู้เสียหายไปเพื่อหากำไร เพื่อการอนาจารโดยนำไปขายยังสถานการค้าประเวณี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319, 83 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 12 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 12 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ 1 ได้พรากผู้เสียหายไปเสียจากบิดาโดยผู้เสียหายเต็มใจไปด้วย แล้ววินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 พูดชักชวนให้ผู้เสียหายหนีไปอยู่กับจำเลยที่ 1 ก่อนแล้วจะนำผู้เสียหายมาขอขมาต่อบิดาผู้เสียหายในภายหลังนั้น ปรากฏว่าในขณะที่จำเลยที่ 1 พูดชักชวนผู้เสียหายนั้น จำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 2 เป็นภริยาอยู่กินด้วยกันเป็นตัวตนอยู่แล้วแต่มิได้จดทะเบียนสมรสกัน และการที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำชำเราผู้เสียหายในเวลาต่อมาโดยผู้เสียหายยินยอมนั้นก็เพราะผู้เสียหายยังหวังที่จะให้จำเลยที่ 1 พาไปขอขมาต่อบิดาผู้เสียหายอยู่ แต่ในที่สุดจำเลยที่ 1 ก็หาได้พาผู้เสียหายไปขอขมาต่อบิดาผู้เสียหายไม่ แสดงว่าจำเลยที่ 1 พาผู้เสียหายไปนั้น จำเลยที่ 1 ไม่ได้ตั้งใจจะพาไปเลี้ยงดูเป็นภริยาจริงจัง ผู้เสียหายต้องเร่ร่อนไปอยู่ในที่หลายแห่งจนทนอยู่ต่อไปไม่ได้ จึงได้โทรเลขถึงมารดาให้พากลับบ้าน เช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยที่ 1 แล้วว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1986/2521 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ พลตำรวจประโยชน์ เทพปริวัฒน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - พลตำรวจประโยชน์ เทพปริวัฒน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1632/2518ฎีกา 977/2514ฎีกา 119/2517ฎีกา 270/2468ฎีกา 70/2489ฎีกา 93/2529ฎีกา 34/2491ฎีกา 355/2470ฎีกา 6634/2546ฎีกา 1430/2515ฎีกา 206/2464ฎีกา 4465/2530ฎีกา 1055/2555ฎีกา 235/2470ฎีกา 4197/2547ฎีกา 811/2484ฎีกา 1800/2541ฎีกา 6370/2555ฎีกา 28/2471ฎีกา 2587/2530ฎีกา 1225/2482ฎีกา 1696/2532ฎีกา 739/2533ฎีกา 1268/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา