คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2100/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่รวบหรือกระตุกทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสวมใส่โดยทันทีทันใด ถือเป็นการฉกฉวยเอาซึ่งหน้า มีความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยรวบคอผู้เสียหายเพื่อให้รู้ว่าสวมสร้อยคออยู่ แล้วกระตุกสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง สร้อยบาดคอเป็นแผลไม่ถึงเป็นอันตรายแก่กาย ไม่เป็นชิงทรัพย์ เป็นการฉกฉวยเอาซึ่งหน้า มีความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ตามฟ้องผู้เสียหายไม่ได้รับอันตรายแก่กาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 จำคุก 10 ปี กับให้ใช้ทรัพย์ราคา 330.70 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำคุก 2 ปี ตามมาตรา 336 วรรคแรก โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์หรือวิ่งราวทรัพย์ เห็นว่า บ้านที่ผู้เสียหายพักอยู่เป็นสถานที่ค้าประเวณี จำเลยไปเที่ยวที่นั่นเป็นประจำ ผู้เสียหายเองก็รักชอบพออยู่กับจำเลย จำเลยคงจะเห็นผู้เสียหายใส่สร้อยคอ สถานที่เกิดเหตุมีแต่แสงตะเกียงกระป๋อง สร้อยคอหนักเพียงสองสลึง ย่อมมองเห็นไม่ถนัดจำเลยมุ่งประสงค์จะเอาสร้อยคอของผู้เสียหาย ไม่มีเหตุที่จำเลยจะบีบคอผู้เสียหาย ที่ผู้เสียหายว่าจำเลยวิ่งเข้ามาบีบคอนั้น เมื่อตอบคำถามค้านทนายจำเลย ผู้เสียหายก็ว่าจำเลยได้เข้ามารวบคอไว้ ที่จำเลยต้องทำเช่นนั้นก่อนกระตุกสร้อยก็คงจะเพื่อให้รู้แน่ว่าผู้เสียหายยังสวมสร้อยคออยู่ บาดแผลของผู้เสียหายที่คอก็เกิดจากถูกสร้อยคอบาดขณะจำเลยกระตุกสร้อย ไม่มีร่องรอยถูกบีบที่คอ คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย จำเลยเพียงแต่ลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2100/2521
อัยการสุพรรณบุรี โจทก์
นายวิรัช หรือวิรัตน์ สงวนพงษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสุพรรณบุรี · จำเลย - นายวิรัช หรือวิรัตน์ สงวนพงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวัฒน์ รัตรสาร · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา