⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2345/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2345/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งข้อหาตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ไม่จำเป็นต้องแจ้งทุกกระทงความผิด หากการสอบสวนปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ถือว่าได้มีการสอบสวนในความผิดฐานนั้นแล้วตามนัยแห่งมาตรา 120

ย่อคำพิพากษา

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบเฉพาะข้อหาฐานมียาเสพติดให้โทษ (เฮโรอีน) มิได้แจ้งข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีน แต่เมื่อสอบสวนจำเลยในข้อหามียาเสพติดให้โทษนั้นปรากฏว่า นอกจากจำเลยมียาเสพติดให้โทษแล้ว จำเลยยังทำการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษอีกด้วย ดังนี้ เรียกได้ว่าได้มีการสอบสวนจำเลยในความผิดข้อหาฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ (เฮโรอีน) ตามความในมาตรา 120 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วยแล้ว การแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 นั้น หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งข้อหาทุกกระทงความผิดไม่ แม้เดิมตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ก็เรียกว่าได้มีการสอบสวนในความผิดข้อหาดังกล่าวตามนัยแห่งมาตรา 120 แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษ ๖ หลอด หนัก ๐.๒๓ กรัม ไว้เพื่อขาย จำหน่าย จ่ายแจก โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและจำเลยขายเฮโรอีนจำนวน ๑ หลอดดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่อ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๔๖๕ มาตรา ๔ ทวิ, ๑๔, ๒๐ ทวิ, ๒๐ ตรี. ๒๙ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๔, ๖, ๗, ๑๒ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ ลดมาตราส่วนโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ จำคุกฐานมียาเสพติดให้โทษไว้เพื่อจำหน่าย และฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษกระทงละสามปีสี่เดือน รวมจำคุกจำเลยหกปีแปดเดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าจำเลยจำหน่ายเฮโรอีน ๑ หลอด ให้แก่สิบตำรวจโทธวัชซึ่งปลอมตัวไปซื้อ เมื่อจับกุมค้นพบเฮโรอีนอีก ๕ หลอด และหลอดพลาสติกเปล่าอีก ๗ หลอดในถุงกระดาษที่จำเลยถืออยู่ การกระทำของจำเลยจึงผิดสองกรรมต่างกัน แต่ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบเพียงว่ามียาเสพติดให้โทษ (เฮโรอีนชนิดผงสีขาว) ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อจำหน่ายแจกจ่ายโดยผิดกฎหมายเพียงฐานเดียว มิได้แจ้งข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนซึ่งเป็นความผิดคนละฐานต่างกรรมให้จำเลยทราบ การสอบสวนจำเลยในข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นปฏิบัติโดยมิชอบตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๐ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยฝ่าฝืนกฎหมาย คงลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายเพียงกระทงเดียวลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา ๗๖ แล้ว จำคุกจำเลยไว้สามปีสี่เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าจำเลยจำหน่ายเฮโรอีน ๑ หลอดให้แก่สิบตำรวจโทธวัช และภายใน ๕ นาที ร้อยตำรวจโทสุรพลกับพวกจับกุมจำเลยได้ ค้นตัวจำเลยได้ธนบัตรที่ร้อยตำรวจโทสุรพลลงชื่อมอบให้ไปซื้อเฮโรอีนจากจำเลย และค้นพบเฮโรอีนอีก ๕ หลอด หลอดพลาสติกเปล่าอีก ๗ หลอด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและสอบสวนแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบเพียงว่าจำเลยมียาเสพติดให้โทษ (เฮโรอีน) มิได้มีการแจ้งข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนก็ตาม แต่เมื่อสอบสวนจำเลยในข้อหามียาเสพติดให้โทษนั้นปรากฏว่า นอกจากจำเลยมียาเสพติดให้โทษแล้ว จำเลยยังทำการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษอีกด้วย ดังนี้ เรียกได้ว่าได้มีการสอบสวนจำเลยในความผิดข้อหาฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ (เฮโรอีน) ตามความในมาตรา ๑๒๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ นั้น หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งข้อหาทุกกระทงความผิดไม่ แม้เดิมตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ก็เรียกว่าได้มีการสอบสวนในความผิดข้อหาดังกล่าวตามนัยแห่งมาตรา ๑๒๐ แล้ว พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนให้แก่ผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ อีกกระทงหนึ่ง ลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา ๗๖ แล้ว คงจำคุกจำเลยไว้สามปีสี่เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2345/2521 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายรังสรรค์ นามะสนธิ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายรังสรรค์ นามะสนธิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · เพียร ศรีอรุณ · ไพบูลย์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเกษม วีรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา พานิชวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 99/2541ฎีกา 880/2502ฎีกา 5603/2542ฎีกา 9729/2556ฎีกา 1845/2537ฎีกา 1554/2521ฎีกา 1379/2524ฎีกา 6651/2538ฎีกา 6541/2544ฎีกา 8272/2553ฎีกา 1700/2548ฎีกา 3593/2529ฎีกา 4048/2528ฎีกา 11720/2555ฎีกา 1362/2537ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11423/2554ฎีกา 243/2509ฎีกา 6903/2543ฎีกา 3811/2528ฎีกา 3879/2542ฎีกา 1974/2539ฎีกา 6774/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา