คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาหนึ่ง โดยได้ให้การครอบคลุมถึงข้อหาอื่นที่เกี่ยวเนื่องกันด้วย ถือว่าจำเลยทราบข้อเท็จจริงแห่งความผิดทั้งหมดแล้ว และพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาและสอบสวนความผิดนั้นๆ แล้วเช่นกัน
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน แม้จะเป็นความผิดสองกรรมต่างหากจากกัน ก็เป็นความผิดที่เกียวเนื่องในเรื่องยาเสพติดเหมือนกัน ในชั้นสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบว่ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำนห่าย จำเลยได้ให้การรับสารภาพว่ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน แสดงว่าจำเลยทราบข้อเท็จจริงแห่งความผิดของตนแล้ว จึงถือได้ว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนและสอบสวนความผิดฐานนี้ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน คือ มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายรวม ๕ หลอด และได้จำหน่ายเฮโรอีนแก่ผู้มีชื่อจำนวน ๑ หลอด ขอให้ลงโทษ ฯ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๕ ปี และฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยมิได้รับอนุญาต ฯ จำคุก ๕ ปี รวมจำคุก ๑๐ ปี คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชนน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๕ ปี ริบเฮโรอีนของกลาง คืนธนบัตรของกลางให้เจ้าของ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนไม่มีการสอบสวนโจทก์ฟ้องจำเลยไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๐ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดของจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน แม้จะเป็นความผิดสองกรรมต่างหากจากกันก็เป็นความผิดที่เกี่ยวหนื่องกัน ในชั้นสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบว่ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยได้ให้การรับสารภาพว่า จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยได้ให้การรับสารภาพว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน แสดงว่าจำเลยทราบข้อเท็จจริงแห่งความผิดของตนแล้ว จึงถือได้ว่าพนักงานสอบสวนได้ แจ้งข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนและสอบสวนความผิดฐานนี้ด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเฮโรอีนอีกกระทงหนึ่ง ส่วนการกำหนดโทษและลดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2521
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสมพงษ์ เทวาวงศ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสมพงษ์ เทวาวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ ไวกาสี · วิทูร เทพพิทักษ์ · เพียร ศรีอรุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายลิขิต ไชยฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา พานิชวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา