คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2652/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ซื้อได้เข้าครอบครองที่ดิน น.ส.3 โดยอาศัยสัญญาจะซื้อขายและได้รับอนุญาตจากเจ้าของเดิม ไม่ทำให้สิทธิครอบครองของผู้ขายสิ้นไป ผู้ขายจึงยังคงมีอำนาจในการร้องทุกข์เมื่อมีผู้บุกรุกที่ดินดังกล่าวได้
ย่อคำพิพากษา
ที่ดิน น.ส.3 เจ้าของทำสัญญาขายให้ผู้ซื้อโดยทำหนังสือสัญญากันเอง ได้มีการชำระราคากันบางส่วน ที่เหลือจะชำระหมดในวันจดทะเบียนการโอน แม้จะมีข้อตกลงว่าให้ผู้ซื้อเข้าครอบครองได้ในระหว่างยังไม่ได้โอนที่พิพาทนั้นก็ตาม ก็เป็นเพียงสัญญาจะซื้อขายและเป็นการมอบที่ดินให้เข้าครอบครองแทนกันไปก่อน สิทธิครอบครองยังคงอยู่กับเจ้าของ เจ้าของจึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์เมื่อมีผู้บุกรุกที่ดินดังกล่าวได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่นาซึ่งอยู่ในความครอบครอง และเป็นของนายหอมอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายหอมขายและมอบการครอบครองนาพิพาทแก่ผู้อื่นไปแล้วจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า การครอบครองนาพิพาทยังอยู่กับนายหอม นายหอมจึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์ โจทก์มีอำนาจฟ้อง และฟังว่าจำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองนาพิพาทโดยไม่มีสิทธิเป็นการรบกวนการครอบครองของผู้เสียหาย พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ จำคุก ๓ เดือน
จำเลยฎีกาว่า นายหอมไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เดิมเป็น ส.ค.๑ ของนายหลวงบิดาจำเลยขายให้แก่นายเสรีเป็นการตีใช้หนี้เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ นายหลวงได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว นายเสรีขอออก น.ส.๓ จึงเกิดพิพาทกับนางนวลมารดาจำเลย ศาลพิพากษาว่านายเสรีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท เจ้าพนักงานจึงออก น.ส.๓ ให้แก่นายเสรี นายเสรีได้จดทะเบียนโอนขายต่อให้นายหอมเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗ และในปีนั้นเองนายหอมได้เข้าครอบครองทำนา ครั้นปี พ.ศ.๒๕๑๘ นายหอมทำสัญญากันเองขายต่อให้นายเสนในราคา ๑๒,๐๐๐ บาท ชำระราคากันแล้ว ๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือจะชำระในวันโอนทางทะเบียน ครั้งเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๘ นายเสนจะเข้าไปไถที่ทำนา ปรากฏว่าจำเลยเข้าไปไถหว่านอยู่แล้ว ไม่ยอมให้นายเสนเข้าไปทำ นายเสนจึงไปแจ้งให้นายหอมทราบ นายหอมห้ามจำเลยไม่ยอมเชื่อฟัง จึงไปร้องทุกข์เป็นคดีนี้ และวินิจฉัยว่าการซื้อขายที่พิพาทระหว่างนายหอมเข้าของและนายเสน ผู้ซื้อมีข้อตกลงจะโอนทางทะเบียนและชำระราคาเหลือทั้งหมดในวันโอน และแม้จะมีการตกลงให้ผู้ซื้อเข้าครอบครองได้ระหว่างยังไม่ได้โอนที่พิพาทนั้นก็ตาม เป็นแต่เพียงสัญญาจะซื้อขายและเป็นการมอบที่ดินให้เข้าครอบครองแทนกันไปก่อน สิทธิการครอบครองคงอยู่กับนายหอมเจ้าของที่พิพาท นายหอมจึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้มีอำนาจร้องทุกข์ได้
พิพากษายืน.
้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2652/2521
พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์
นายทองใบ นาคนทรง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · ล. - นายทองใบ นาคนทรง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชา สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายก้อน คงแสนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา