⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 333/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2521

ย่อคำพิพากษา

อุ้มกอดพาหญิงไปเพื่ออนาจารเป็นกรรมเดียวผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา284อันเป็นบทเฉพาะไม่ต้องยกมาตรา 278ขึ้นปรับบทลงโทษอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278, 284 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ฉบับที่ 11 ข้อ 9, 10ลงโทษตาม มาตรา 284 บทหนัก จำคุกจำเลยที่ 1 2 ปี จำเลยที่ 2, ที่ 3คนละ 1 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยกอดผู้เสียหายเป็นความผิดตาม มาตรา 278 กรรมหนึ่ง จำคุก 4 เดือน การพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารเป็นความผิดตาม มาตรา 284 อีกกรรมหนึ่งตามกำหนดของศาลชั้นต้น เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 2 ปี 4 เดือน จำเลย 2,ที่ 3 คนละ 2 ปีจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ในชั้นฎีกาคงมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 อีกกรรมหนึ่งด้วยหรือไม่ เพราะคำพิพากษาของศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278,284 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน2514 ข้อ 9,10 อันเป็นความผิดหลายบท แต่ให้ลงโทษจำเลยตามบทที่หนักที่สุดคือมาตรา 284 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน2514 ข้อ 10 ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 278กรรมหนึ่ง และมีความผิดตามมาตรา 284 อีกกรรมหนึ่ง และการที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ด้วย จะเป็นการเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 หรือไม่ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า ขณะที่ผู้เสียหายกับจำเลยเดินสวนทางกัน จำเลยร่วมกันอุ้มกอดพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังกล่าว เห็นว่าการที่จำเลยเข้าอุ้มกอดผู้เสียหายก็โดยมีเจตนาที่จะพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเป็นการกระทำต่อเนื่องเป็นกรรมเดียว แต่ความผิดฐานกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 278 นั้น เป็นความผิดตามมาตรา 284อันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องยกมาตรา 278 ขึ้นปรับบทลงโทษจำเลยอีกตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 2770/2519 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายสมศรี เทพนวล กับพวก จำเลย เมื่อได้วินิจฉัยเช่นนี้แล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในประเด็นข้ออื่นต่อไป และคดีนี้แม้จำเลยที่ 2 จะถอนฎีกา แต่เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284,83 ส่วนการกำหนดโทษและลดโทษคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2521 อัยการปทุมธานี โจทก์ นายชิงชัย ชุ่มดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการปทุมธานี · จำเลย - นายชิงชัย ชุ่มดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พยนต์ ยาวะประภาษ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 3159/2532ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533ฎีกา 1386/2521ฎีกา 3789/2532ฎีกา 1020/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา