คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 366/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าซื้อยอมรับผิดชำระค่าเช่าซื้อจนครบตามสัญญา แม้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อจะสูญหายไปก็ตาม หากสัญญาเช่าซื้อกำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชอบในกรณีดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
สัญญาเช่าซื้อกำหนดไว้ว่า "ถ้าทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกโจรภัย อัคคีภัย วินาศภัย สูญหาย บุบสลาย ถูกทำลาย ถูกอายัด ถูกยึด หรือถูกริบ ไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยหรือโดนเหตุใด ๆ ผู้เช่าซื้อยอมรับผิดฝ่ายเดียว และจะแจ้งให้เจ้าของทราบทันที ยอมติดตามฟ้องร้องเอาคืน ยอมซ่อมแซมให้คืนสภาพเดิม และยอมชำระค่าเช่าซื้อจนครบ......" ตามข้อสัญญาดังกล่าวมา ศาลฎีกาเห็นว่าในกรณีที่ทรัพย์ที่เช่าซื้อสูญหายไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัย หรือโดยเหตุใด ๆ ผู้เช่าซื้อ (จำเลย) ยอมรับผิดชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาจนครบ แม้ตามสัญญาข้อนี้จะเรียกว่าค่าเช่าซื้อก็ตาม แต่ก็มิได้ระบุให้ผู้เช่าซื้อผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ดังกรณีที่ทรัพย์ที่เช่าซื้อไม่สูญหาย ด้วยเหตุนี้ความหมายของคำว่า "ยอมชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาจนครบ" จึงมีเพียงว่า ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระราคาทรัพย์ที่เช่าซื้อจนครบตามที่ระบุไว้ในสัญญา เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยังได้รับชำระเงินไม่ครบตามราคาค่าเช่าซื้อที่ตกลงกันจำเลยจึงต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ให้แก่โจทก์จนครบ (อ้างฎีกาที่ 1405/2519)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ที่ยังค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อเป็นเงิน ๖๔,๙๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ๔๔,๖๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี จนกว่าจำเลยจะชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์เสร็จแต่ไม่ตัดสิทธิที่จะฟ้องเอาค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
โจทก์อุทธรณ์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์เต็มตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ปัญหามีว่าโจทก์จะฟ้องเรียกเอาเงินค่าเช่าซื้อรถยนต์ที่ค้างชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อจากจำเลยทั้งสองได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าตามสัญญาเช่าซื้อกำหนดไว้ว่า "ถ้าทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกโจรภัย อัคคีภัย วินาศภัย สูญหาย บุบสลาย ถูกทำลาย ถูกอายัด ถูกยึด หรือถูกริบ ไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยหรือโดยเหตุใด ๆ ผู้เช่าซื้อยอมรับผิดฝ่ายเดียวและจะแจ้งให้เจ้าของทราบทันที ยอมติดตามฟ้องร้องเอาคืน ยอมซ่อมแซมให้คืนสภาพเดิมและยอมชำระค่าเช่าซื้อจนครบ......." ตามข้อสัญญาดังกล่าวมาศาลฎีกาเห็นว่าในกรณีที่ทรัพย์ที่เช่าซื้อสูญหายไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยหรือโดยเหตุใด ๆ ผู้เช่าซื้อ (จำเลย) ยอมรับผิดชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาจนครบ แม้ตามสัญญาข้อนี้จะเรียกว่าค่าเช่าซื้อก็ตาม แต่ก็มิได้ระบุให้ผู้เช่าซื้อผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ดังกรณีที่ทรัพย์ที่เช่าซื้อไม่สูญหาย ด้วยเหตุนี้ความหมายของคำว่า"ยอมชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาจนครบ" จึงมีเพียงว่า ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระราคารถยนต์ที่เช่าซื้อจนครบตามที่ระบุไว้ในสัญญา เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยังได้รับชำระเงินไม่ครบตามราคาค่าเช่าซื้อที่ตกลงกัน จำเลยจึงต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ให้แก่โจทก์จนครบ ตามนัยฎีกาที่ ๑๔๐๔/๒๕๑๕
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ๖๔,๙๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 366/2521
บริษัทสยามกลการ จำกัด โดยนายพยุง วัฒนสิงหะ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายทองม้วน ธงฤทธิ์ หรือ ม้วน ทรงฤทธิ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทสยามกลการ จำกัด โดยนายพยุง วัฒนสิงหะ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายทองม้วน ธงฤทธิ์ หรือ ม้วน ทรงฤทธิ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · ชุบ วีระเวคิน · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเพียร สุมิระ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถมชัย สิทธิไตรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา