⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 418/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าสัญญากู้และค้ำประกันไม่สมบูรณ์ จำเลยย่อมมีสิทธินำสืบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ข้อต่อสู้ดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันให้ชำระเงินคืน จำเลยทั้งสองให้การใจความว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้และจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาค้ำประกันให้โจทก์ไว้จริง โดยโจทก์ตกลงซื้อไม้แปรรูปจากจำเลยที่ 1 และได้วางมัดจำไว้ 50,000 บาท แต่โจทก์ขอให้จำเลยเขียนเป็นสัญญากู้ให้โจทก์ยึดถือเป็นหลักฐานการวางมัดจำ ครั้นเมื่อจำเลยส่งมอบไม่ให้โจทก์ตามสัญญา โจทก์กลับไม่ยอมตรวจรับไม้ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้และสัญญาค้ำประกัน ตามคำให้การของจำเลยเท่ากับต่อสู้ว่าสัญญากู้และค้ำประกันตามฟ้องไม่สมบูรณ์ ซึ่งจำเลยมีสิทธินำสืบตามข้อต่อสู้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๑๖ จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป ๕๐,๐๐๐ บาท ให้ดอกเบี้ยชั่งละ ๑ บาทต่อเดือน จะชำระคืนภายในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๑๗ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ครบกำหนดจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยขอให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันชำระเงินต้น ๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากู้และจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาค้ำประกันให้โจทก์ไว้จริง แต่มิได้มีเจตนาให้ผูกพันกันตามสัญญากู้ ความจริงโจทก์ตกลงซื้อไม้แปรรูปจากจำเลยที่ ๑ ได้วางมัดจำไว้ ๕๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์ขอให้จำเลยเขียนเป็นสัญญากู้ให้โจทก์ยึดถือเป็นหลักฐานการวางมัดจำ ครั้นเมื่อจำเลยส่งมอบไม้ให้โจทก์ตามสัญญา โจทก์กลับไม่ยอมตรวจรับไม้ โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถานจำเลยแถลงว่าหนี้รายนี้เกี่ยวพันกับเรื่องไม้ที่จำเลยที่ ๑ ส่งให้โจทก์ โจทก์ไม่รับ จำเลยที่ ๑ ได้รับความเสียหาย ขอให้หักค่าเสียหายให้จำเลยบ้าง โจทก์แถลงว่าเป็นคนละเรื่องกัน ไม่ยอมลดหนี้ให้จำเลย ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและวินิจฉัยว่า จำเลยรับว่าได้ทำหนังสือสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันและรับว่าเป็นหนี้โจทก์อยู่จริงตามฟ้อง ต้องรับผิดตามสัญญาที่ทำไว้ พิพากษาให้จำเลยร่วมกันชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าตามคำให้การของจำเลยเท่ากับจำเลยต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ เป็นประเด็นสำคัญซึ่งจำเลยมีสิทธินำสืบตามข้อต่อสู้ได้ จำเป็นต้องสืบพยานโจทก์จำเลยเสียก่อน พิพากษาคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าตามคำให้การของจำเลยเท่ากับต่อสู้ว่าสัญญากู้และค้ำประกันตามฟ้องไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องสืบพยานฟังข้อเท็จจริงให้ได้ความเสียก่อนพิพากษาคดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2521 นายบุญเสริม ดีทองคำ โจทก์ นายสันติภาพ ครุฑพันธุ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญเสริม ดีทองคำ · จำเลย - นายสันติภาพ ครุฑพันธุ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสถิตย์ เล็งไธสง · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรัส อมรสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 3219/2534ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 6848/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา