⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1089/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1089/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รักษาทรัพย์ที่ถูกมอบหมายให้ดูแลทรัพย์สินที่ถูกยึด หากทำให้ทรัพย์สินนั้นเสียหาย ย่อมต้องรับผิดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าหนี้ตามกฎหมาย แต่บุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นเจ้าหนี้โดยตรงหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินนั้น ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือดำเนินคดีอาญาต่อผู้รักษาทรัพย์ได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไปยึดทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ฯ จำเลยที่ 1 ในคดีเดิม แล้วมอบให้จำเลยที่ 1 ในคดีนี้ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ในคดีเดิมเป็นผู้รักษาทรัพย์ เมื่อศาลมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด ปรากฏว่าทรัพย์บางรายมีสภาพชำรุด ทำให้เสื่อมราคา ดังนี้ หากจำเลยที่ 1 กระทำการใด ๆ แก่ทรัพย์ที่ยึดใช้เสียหาย ผู้ที่เสียหายย่อมได้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีและโจทก์ในคดีเดิม โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ในคดีเดิมในฐานะผู้ค้ำประกันและเป็นผู้นำยึดทรัพย์จะต้องรับผิดใช้หนี้มากน้อยเพียงใด ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอากับจำเลยที่ 1 ในคดีเดิมได้ตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ผู้รักษาทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.187

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด ได้เป็นโจทก์ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดหนองคายเซอร์วิสเป็นจำเลยที่ ๑ และโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยที่ ๒ ต่อมามีการบังคับคดีโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยึดทรัพย์จำเลยที่ ๑ เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ในคดีเดิม โดยโจทก์เป็นผู้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์ และให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ในคดีนี้เป็นผู้ดูแลรักษาทรัพย์ที่ยึด ต่อมาจำเลยร่วมกันทำลายตู้เย็นและเครื่องรับโทรทัศน์ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ถูกยึด ทำให้เสื่อมราคาและไร่ประโยชน์ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้การเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันและเป็นผู้นำยึดทรัพย์ได้รับความเสียหาย โดยขายทอดตลาดตู้เย็นได้ในราคาต่ำกว่าราคาที่แท้จริง ส่วนเครื่องรับโทรทัศน์ขายไม่ได้ เป็นเหตุให้โจทก์ต้องรับชำระหนี้ให้แก่โจทก์ในคดีเดิมเพิ่มขึ้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๓, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การและแก้คำให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด และความผิดตามมาตรา ๑๘๗ เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานยึดทรัพย์จะฟ้องร้องเอากับผู้รักษาทรัพย์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๗ ให้จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๑ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ โดยไม่รอการลงโทษ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่าโจทก์เป็นผู้เสียมีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด สาขาหนองคาย เป็นโจทก์ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดหนองคายเซอร์วิส โดยจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นจำเลยที่ ๑ และโจทก์ในคดีนี้ในฐานะผู้ค้ำประกันเป็นจำเลยที่ ๒ ให้พ้นผิดชำระเงินกู้ตามสัญญากู้เงินเบิกเกินบัญชี แล้วโจทก์กับจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยที่ ๑ ยอมชำระเงินให้แก่ธนาคาร โจทก์ในคดีนี้ยอมเป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ ต่อธนาคาร ต่อมาจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระเงินตามสัญญา โจทก์ในคดีเดิมขอบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ ๒ โจทก์ในคดีนี้จึงขอให้ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ก่อน ศาลอนุญาต และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไปยึดทรัพย์จำเลยที่ ๑ แล้ว และให้จำเลยที่ ๑ ในคดีนี้เป็นผู้รักษาทรัพย์ เมื่อศาลมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดปรากฏว่าตู้เย็นและเครื่องรับโทรทัศน์มีสภาพชำรุดหลายประการ ทำให้เสื่อมราคา ปัญหามีว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ในคดีก่อนไว้แล้ว และได้มอบให้จำเลยที่ ๑ ในคดีนี้เป็นผู้รักษาทรัพย์ที่ยึด หากจำเลยที่ ๑ กระทำการใด ๆ แก่ทรัพย์ที่ยึดให้เสียหายตามฟ้อง ผู้ที่เสียหายย่อมได้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีและธนาคาร ฯ โจทก์เจ้าหนี้ในคดีเดิม หากโจทก์จะต้องรับผิดใช้หนี้มากน้อยเพียงใด โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันก็ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอากับห้างหุ้นส่วนจำกัดหนองคายเซอร์วิสได้ตามกฎหมาย กรณีดังกล่าวฟังได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลยผู้รักษาทรัพย์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ผู้รักษาทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๗ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1089/2522 นายอุ่น งามเหลือ โจทก์ นายประเสริฐ ชัยสิงห์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุ่น งามเหลือ · ล. - นายประเสริฐ ชัยสิงห์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สุรเจตน์ วิชิตชลชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายประจง พันธุ์ประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 1048/2494ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา