⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1102/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1102/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขนแร่เกินกว่าปริมาณที่ได้รับอนุญาตเกินกว่าร้อยละห้า ถือว่าเป็นการขนแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และผู้ที่ขนแร่ดังกล่าว แม้จะไม่ใช่ผู้รับใบอนุญาต ก็ถือว่าครอบครองแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ขนแร่ดีบุกเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนเกินกว่าร้อยละห้า ถือว่าขนแร่ของกลางทั้งหมดโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 110 และถือได้ว่าเป็นการครอบครองแร่ดีบุกของกลางโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้ว่าจำเลยไม่ใช่ผู้รับใบอนุญาตขนแร่ แต่เมื่อจำเลยเป็นผู้ชนก็เท่ากับว่าจำเลยครอบครองแร่ดีบุกของกลางโดยไม่ได้รับอนุญาต และขนแร่ดีบุกดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตนั่นเอง จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2516 ม.31 พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2516 ม.32 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.105 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.108 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.110 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.148 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันมีแร่ดีบุก ๑,๘๖๗ กิโลกรัม ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันขนแร่ดีบุกดังกล่าวจำนวนเกินกว่าร้อยละห้าตามใบอนุญาตที่ได้กำหนดไว้ให้ขนแร่ได้เพียง ๑,๓๕๐ กิโลกรัม โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๐๕, ๑๐๘, ๑๑๐, ๑๔๘, ๑๕๔, ๑๕๕ พระราชบัญญัติแร่ (๒) มาตรา ๓๑, ๓๒, ๓๙, ๔๐ จ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับและเงินรางวับแก่เจ้าพนักงานผู้จับ ริบแร่ดีบุกของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้องปรับคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ริบแร่ดีบุกของกลาง ฯลฯ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยทั้งสองขนแร่ ๑,๘๖๗ กิโลกรัม เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต ๕๑๗ กิโลกรัม เป็นจำนวนเกินกว่าร้อยละห้า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา ถือว่าจำเลยที่ ๑ ขนแร่ดีบุก ๑,๘๖๗ กิโลกรัมของกลางโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๑๐ และการที่จำเลยที่ ๑ ขนแร่ดีบุกของกลางไป ก็ถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ครอบครองแร่ดีบุกของกลางโดยไม่ได้รับอนุญาต อนึ่ง บทกฎหมายดังกล่าว มุ่งหมายให้มีการขนแร่ดีบุกจำนวนที่กำหนดไว้ในอนุญาตเป็นสำคัญ ถึงแม้ว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ผู้รับใบอนุญาตขนแร่ แต่เมื่อจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขนและกฎหมายถือว่าแร่ดีบุกของกลางเป็นแร่ที่ขนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็เท่ากับว่าจำเลยที่ ๑ ครอบครองแร่ดีบุกของกลางโดยไมได้รับอนุญาต และขนแร่ดีบุกของกลางโดยไม่ได้รับอนุญาตนั่นเอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1102/2522 พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายอาสี หรืออารี ปะหนัน กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต · ล. - นายอาสี หรืออารี ปะหนัน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · ชุบ วีระเวคิน · แต่ง ทองภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิชัย วิสิทธวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4449-4450/2530ฎีกา 1670/2521ฎีกา 3159/2532ฎีกา 183/2524ฎีกา 2628/2530ฎีกา 1989/2533ฎีกา 3274/2522ฎีกา 2941-2942/2522ฎีกา 1130/2529ฎีกา 2342-2345/2522ฎีกา 2354/2533ฎีกา 3273/2522ฎีกา 508/2530ฎีกา 3854/2529ฎีกา 5719/2531ฎีกา 2656/2524ฎีกา 302/2527ฎีกา 2580/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา