⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2628/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2628/2530

ป.อาญา ม.17, 31, 59 ฯลฯ · ป.พ.พ. ม.75 · พ.ร.บ.แร่ ม.148

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 148 ต้องลงโทษปรับเรียงตามรายตัวบุคคล แม้จะกระทำผิดร่วมกันหลายคนก็ตาม นิติบุคคลอาจต้องรับผิดในทางอาญาร่วมกับบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการได้ หากการกระทำนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลและนิติบุคคลได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 148 ซึ่งต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งเท่าถึงห้าเท่าของมูลค่าแร่ ตามราคาที่กำหนดโดยกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ มิได้มีข้อจำกัดว่า ถ้ามีผู้ร่วมกันกระทำผิดหลายคนแล้ว ให้ปรับรวมกันตามมูลค่าของแร่ เมื่อพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น จึงนำประมวลกฎหมายอาญามาใช้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 17 ต้องลงโทษปรับจำเลยเรียงตามรายตัวบุคคล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 31 นิติบุคคลอาจต้องรับผิดในทางอาญาร่วมกับบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของนิติบุคคลนั้นได้ หากการกระทำนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ และนิติบุคคลได้รับประโยชน์อันเกิดจากการกระทำนั้น จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการกระทำกิจการต่าง ๆ แทน ลำพังจำเลยที่ 1 ไม่อาจกระทำกิจการด้วยตนเองได้การกระทำผิดเกิดขึ้นเนื่องมาจากจำเลยที่ 2 โดยตรง ย่อมต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นตัวการกระทำความผิดฐานมีแร่ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มิได้โต้แย้งว่าการกระทำดังกล่าวอยู่นอกขอบวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดได้โดยไม่จำต้องสอบถามข้อเท็จจริงจากจำเลยก่อน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.17 ประมวลกฎหมายอาญา ม.31 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.148

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.17 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.31 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.๒๕๑๐ มาตรา ๑๐๕, ๑๔๘, ๑๕๔ พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๘, ๒๑, ๒๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และริบแร่ของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๐๕, ๑๔๘, ๑๕๔ พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๘, ๒๑, ๒๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองเป็นจำนวนหนึ่งเท่าครึ่งของมูลค่าแร่ เป็นเงิน ๑,๕๔๕,๑๑๒ บาท ๑๔ สตางค์ จำเลยให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองรวมเป็นเงิน ๑,๐๓๐,๐๗๔ บาท ๗๖ สตางค์ แร่ของกลางให้ริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ปรับจำเลยทั้งสองเรียงตามรายตัวบุคคล ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งสอง คนละหนึ่งเท่าครึ่งของมูลค่าแร่เป็นเงินคนละ ๑,๕๔๕,๑๑๒ บาท ๑๔สตางค์ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๑,๐๓๐,๐๗๔ บาท ๗๖ สตางค์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.๒๕๑๐ มาตรา ๑๔๘ จะต้องถูกลงโทษปรับตั้งแต่หนึ่งเท่าถึงห้าเท่าของมูลค่าแร่ ตามราคาที่กำหนดโดยกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ บทบัญญัติดังกล่าวมิได้มีข้อจำกัดว่า ถ้ามีผู้ร่วมกระทำผิดหลายคนแล้ว ให้ปรับรวมกันตามมูลค่าของแร่จึงนำประมวลกฎหมายอาญามาใช้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗ ต้องลงโทษปรับจำเลยทั้งสองเรียงตามรายตัวบุคคล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑ คดีนี้แม้จำเลยที่ ๑ จะเป็นนิติบุคคล หากการกระทำนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ซึ่งได้จดทะเบียนไว้และจำเลยที่ ๑ ได้รับประโยชน์อันเกิดจากการกระทำนั้นแล้ว ก็ย่อมถือว่าจำเลยที่ ๑ มีเจตนากระทำผิดในทางอาญาร่วมกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการได้ สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ย่อมมีหน้าที่กระทำกิจการต่าง ๆ แทนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคล ลำพังจำเลยที่ ๑ ไม่อาจกระทำกิจการใด ๆ ด้วยตนเองได้ การกระทำผิดเกิดขึ้นเนื่องจากจำเลยที่ ๒ โดยตรงย่อมต้องถือว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วย คดีนี้เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นตัวการกระทำความผิดฐานมีแร่ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มิได้โต้แย้งว่า การกระทำดังกล่าวอยู่นอกขอบวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๑ ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานเป็นตัวการร่วมกันกระทำผิดตามฟ้องได้ กรณีหาจำต้องสอบถามข้อเท็จจริงดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาแต่อย่างใดไม่ ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2628/2530 พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ บริษัทรุจิรวัฒน์ จำกัด โดยนายดำรงศักดิ์ เสถียรธรรมมณี และ นายสมศักดิ์ วงศ์สกุลไพศาล กรรมการ ที่ 1 นายดำรงศักดิ์ เสถียรธรรมมณี ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี · และ - บริษัทรุจิรวัฒน์ จำกัด โดยนายดำรงศักดิ์ เสถียรธรรมมณี · นายดำรงศักดิ์ - นายสมศักดิ์ วงศ์สกุลไพศาล กรรมการ ที่ 1 · จำเลย - เสถียรธรรมมณี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำนง นิยมวิภาต · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปลิว พลชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 729/2483ฎีกา 647/2563ฎีกา 3578/2531ฎีกา 848/2545ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16867/2557ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3800/2564ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2936/2543ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา