⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 147/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2522

พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ม.55, 78

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไว้ในครอบครอง และการพาอาวุธไปในทางสาธารณะในขณะเดียวกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว. เมื่อจำเลยถูกลงโทษในความผิดฐานมีอาวุธซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม และฐานพาอาวุธไปในทางสาธารณะเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ซ้ำอีก.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงครามนั้นกฎหมายต้องการให้เป็นความผิด ในลักษณะเดียวกัน ฉะนั้น การที่จำเลยมีอาวุธปืนกลและลูกระเบิดไว้ในครอบครองในขณะเดียวกันจึงเป็นความผิดแต่กรรมเดียว ส่วนความผิดฐานพาอาวุธไปในทางสาธารณะนั้น แม้ว่าอาวุธปืนที่จำเลยพาไปจะเป็นปืนกลก็ดี ปืนพกก็ดี ถ้าพาปืนเหล่านั้นไปในขณะเดียวกัน ก็ย่อมเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อจำเลยได้ถูกลงโทษในการกระทำฐานมีอาวุธซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม และในการกระทำฐานพาอาวุธไปในทางสาธารณะเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) เมื่อมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษในคดีนี้ซ้ำอีก แม้จำเลยจะไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185, 215, 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.55 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.78

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนกล ๑ กระบอก พร้อมด้วยกระสุนโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ กฎกระทรวงมหาดไทย คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และให้ริบของกลางกับให้นับโทษต่อจากคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ของศาลจังหวัดเพชรบุรี จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นคน ๆ เดียวกับจำเลยในคดีอาญาแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว จำเลยน่าจะถูกลงโทษเพียงครั้งเดียว ศาลชั้นต้นเห็นว่าความผิดที่ฟ้องคดีนี้เป็นความผิดฐานเดียวกับความผิดในคดีอาญาแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ซึ่งศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยคดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีนี้มาฟ้องจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ นั้น โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีลูกระเบิดสำหรับใช้ในการสงครามและปืนพกพร้อมกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยมีปืนกลมือ ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ในการสงครามพร้อมกระสุน ซึ่งเป็นอาวุธต่างชนิดกัน จึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน สิทธิฟ้องคดีนี้ของโจทก์จึงไม่ระงับไป พิพากษากลับ ลดโทษแล้วคงลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ๙ เดือน ของกลางริบ โจทก์ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๐ จำเลยถูกจับขณะถืออาวุธปืนกล ส่วนพวกจำเลยมีลูกระเบิดมือ ๑ ลูก และปืนพกลูกโม่อีก ๑ กระบอกพร้อมกระสุน จำเลยรับว่าของทั้งหมดเป็นของจำเลย ต่อมาโจทก์ได้ฟ้องจำเลยกับพวก ขอให้ลงโทษฐานร่วมกันมีลูกระเบิดมือที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม มีปืนพกพร้อมกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในทางสาธารณะรวม ๓ กระทง คงมีจำเลยให้การรับสารภาพเพียงคนเดียว จึงมีการแยกพวกของจำเลยไปฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่ง ส่วนจำเลยศาลให้ลงโทษมีลูกระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ฐานมีปืนพกเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานพกพาไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ลดแล้วจำคุก ๒ ปี ของกลางริบตามคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ต่อมาโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ กับขอให้นับโทษต่อกับโทษในคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงครามนั้น กฎหมายต้องการให้เป็นความผิดในลักษณะเดียวกัน ฉะนั้นการที่จำเลยมีอาวุธปืนกลและลูกระเบิดไว้ในครอบครองในขณะเดียวกันจึงเป็นความผิดแต่กรรมเดียว ส่วนความผิดฐานพกพาอาวุธไปในทางสาธารณะนั้นแม้ว่าอาวุธปืนที่จำเลยพาไปจะเป็นปืนกลก็ดี ปืนพกก็ดี ถ้าพาปืนเหล่านั้นไปในขณะเดียวกัน ก็ย่อมเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อจำเลยได้ถูกลงโทษในการกระทำฐานมีอาวุธซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม และในการกระทำฐานพาอาวุธไปในทางสาธารณเสร็จเด็ดขาดไปแล้วตามคดีแดง ๕๒๓/๒๕๒๐ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) เมื่อมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษในคดีนี้ซ้ำอีกแม้จะเลยจะไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕, ๒๑๕, ๒๒๕ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ของกลางริบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2522 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายประสาร กรีทวี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · ล. - นายประสาร กรีทวี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสมพงษ์ สนธิเณร · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2281/2545ฎีกา 2456/2516ฎีกา 1646-1649/2515ฎีกา 2015/2547ฎีกา 4085/2545ฎีกา 6591/2537ฎีกา 2333/2516ฎีกา 6586/2557ฎีกา 1258/2542ฎีกา 8426/2559ฎีกา 7352/2549ฎีกา 2486/2558ฎีกา 6255/2541ฎีกา 820/2558ฎีกา 1353/2529ฎีกา 537/2554ฎีกา 1051/2510ฎีกา 2200/2548ฎีกา 251/2524ฎีกา 3304/2563ฎีกา 2059/2522ฎีกา 512/2524ฎีกา 74/2535ฎีกา 4752/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา