⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 147/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไว้ในครอบครอง และการพาอาวุธไปในทางสาธารณะในขณะเดียวกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว. เมื่อจำเลยถูกลงโทษในความผิดฐานมีอาวุธซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม และฐานพาอาวุธไปในทางสาธารณะเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ซ้ำอีก.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงครามนั้นกฎหมายต้องการให้เป็นความผิด ในลักษณะเดียวกัน ฉะนั้น การที่จำเลยมีอาวุธปืนกลและลูกระเบิดไว้ในครอบครองในขณะเดียวกันจึงเป็นความผิดแต่กรรมเดียว ส่วนความผิดฐานพาอาวุธไปในทางสาธารณะนั้น แม้ว่าอาวุธปืนที่จำเลยพาไปจะเป็นปืนกลก็ดี ปืนพกก็ดี ถ้าพาปืนเหล่านั้นไปในขณะเดียวกัน ก็ย่อมเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อจำเลยได้ถูกลงโทษในการกระทำฐานมีอาวุธซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม และในการกระทำฐานพาอาวุธไปในทางสาธารณะเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) เมื่อมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษในคดีนี้ซ้ำอีก แม้จำเลยจะไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185, 215, 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.55 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนกล ๑ กระบอก พร้อมด้วยกระสุนโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ กฎกระทรวงมหาดไทย คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และให้ริบของกลางกับให้นับโทษต่อจากคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ของศาลจังหวัดเพชรบุรี จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นคน ๆ เดียวกับจำเลยในคดีอาญาแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว จำเลยน่าจะถูกลงโทษเพียงครั้งเดียว ศาลชั้นต้นเห็นว่าความผิดที่ฟ้องคดีนี้เป็นความผิดฐานเดียวกับความผิดในคดีอาญาแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ซึ่งศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยคดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีนี้มาฟ้องจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ นั้น โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีลูกระเบิดสำหรับใช้ในการสงครามและปืนพกพร้อมกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาต ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยมีปืนกลมือ ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ในการสงครามพร้อมกระสุน ซึ่งเป็นอาวุธต่างชนิดกัน จึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน สิทธิฟ้องคดีนี้ของโจทก์จึงไม่ระงับไป พิพากษากลับ ลดโทษแล้วคงลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ๙ เดือน ของกลางริบ โจทก์ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๐ จำเลยถูกจับขณะถืออาวุธปืนกล ส่วนพวกจำเลยมีลูกระเบิดมือ ๑ ลูก และปืนพกลูกโม่อีก ๑ กระบอกพร้อมกระสุน จำเลยรับว่าของทั้งหมดเป็นของจำเลย ต่อมาโจทก์ได้ฟ้องจำเลยกับพวก ขอให้ลงโทษฐานร่วมกันมีลูกระเบิดมือที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม มีปืนพกพร้อมกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในทางสาธารณะรวม ๓ กระทง คงมีจำเลยให้การรับสารภาพเพียงคนเดียว จึงมีการแยกพวกของจำเลยไปฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่ง ส่วนจำเลยศาลให้ลงโทษมีลูกระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ฐานมีปืนพกเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานพกพาไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ลดแล้วจำคุก ๒ ปี ของกลางริบตามคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ต่อมาโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ กับขอให้นับโทษต่อกับโทษในคดีแดงที่ ๕๒๓/๒๕๒๐ ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงครามนั้น กฎหมายต้องการให้เป็นความผิดในลักษณะเดียวกัน ฉะนั้นการที่จำเลยมีอาวุธปืนกลและลูกระเบิดไว้ในครอบครองในขณะเดียวกันจึงเป็นความผิดแต่กรรมเดียว ส่วนความผิดฐานพกพาอาวุธไปในทางสาธารณะนั้นแม้ว่าอาวุธปืนที่จำเลยพาไปจะเป็นปืนกลก็ดี ปืนพกก็ดี ถ้าพาปืนเหล่านั้นไปในขณะเดียวกัน ก็ย่อมเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อจำเลยได้ถูกลงโทษในการกระทำฐานมีอาวุธซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม และในการกระทำฐานพาอาวุธไปในทางสาธารณเสร็จเด็ดขาดไปแล้วตามคดีแดง ๕๒๓/๒๕๒๐ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) เมื่อมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษในคดีนี้ซ้ำอีกแม้จะเลยจะไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕, ๒๑๕, ๒๒๕ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ของกลางริบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2522 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายประสาร กรีทวี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · ล. - นายประสาร กรีทวี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสมพงษ์ สนธิเณร · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1656/2512ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1124/2496ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3026/2517ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3578/2531ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1979/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา