คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1571/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำจะเป็นความผิดตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ได้ ต้องเป็นการใช้เครื่องมือประมงที่ระบุไว้ในประกาศนั้นโดยตรง หากเครื่องมือที่ใช้แตกต่างจากที่ระบุไว้ในประกาศ ก็ไม่เป็นความผิดตามประกาศดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำการประมงโดยใช้เครื่องมือทำการประมงที่ต้องห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องกำหนดฤดูปลาทูมีไข่และห้ามมิให้ใช้เครื่องมือบางชนิดจับปลาทูและกำหนดขนาดตาของเครื่องมือบางชนิดในฤดูมีปลาทูขนาดเล็ก ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2518 ข้อ 3 แต่ในคำบรรยายฟ้องของโจทก์ปรากฏว่าเครื่องมือที่จำเลยใช้เป็นคนละประเภทกับเครื่องมือที่ระบุห้ามไว้ในประกาศข้อ 3 ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยใช้เครื่องมือตามที่ระบุห้ามไว้ตามประกาศดังกล่าวข้อ 3 ทำการประมงอันจะเป็นความผิดต่อกฎหมายที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.5 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.32 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.65 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.69 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.70 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2520 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงจำเลยทั้ง 8 ได้บังอาจร่วมกันใช้เครื่องมือประเภทอวนติดตามีสายพาน ซึ่งเป็นเครื่องมือต้องห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตร ฯลฯ ข้อ 3 ทำการประมงจับปลาในอ่าวไทย โดยฝ่าฝืนกฎหมายและประกาศดังกล่าว เหตุเกิดที่ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 5, 32, 65, 69, 70 พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 มาตรา 10 ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่องกำหนดฤดูปลาทูมีไข่และห้ามมิให้ใช้เครื่องมือบางชนิดจับปลาทู และกำหนดขนาดตาของเครื่องมือบางชนิดในฤดูมีปลาทูขนาดเล็ก ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2518 ข้อ 3 และริบของกลาง
จำเลยทั้ง 8 ให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง จำคุกคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 400 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ภายในกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามมาตรา 29, 30 ของกลางริบ
จำเลยทั้ง 8 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยทั้ง 8 ให้การรับสารภาพและไม่มีการสืบพยาน ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 8 ร่วมกันใช้เครื่องมือประเภทอวนติดตามีสายพาน ทำการประมงจับปลาในอ่าวไทยในเขตตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตามฟ้องของโจทก์ตลอดจนคำขอท้ายฟ้องมุ่งประสงค์กล่าวอ้างว่า จำเลยทั้ง 8กระทำผิดต่อกฎหมายโดยฝ่าฝืนประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องกำหนดฤดูปลามีไข่และห้ามมิให้ใช้เครื่องมือบางชนิดจับปลาทูและกำหนดขนาดตาของเครื่องมือบางชนิดในฤดูมีปลาทูขนาดเล็ก ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2518 ข้อ 3 แต่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้ง 8บังอาจร่วมกันใช้เครื่องมือประเภทอวนติดตามีสายพานทำการประมงจับปลาในอ่าวไทย ซึ่งเครื่องมือที่จำเลยที่ 8 ใช้ทำการประมงเป็นคนละประเภทกับเครื่องมือที่ระบุห้ามไว้ตามประกาศข้อ 3 ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้ง 8 ได้ใช้เครื่องมือตามที่ระบุห้ามไว้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดังกล่าวทำการประมงตามที่โจทก์ฟ้องอันเป็นความผิดต่อกฎหมายที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ จึงลงโทษจำเลยทั้ง 8 ไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1571/2522
พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์
นายน้อย เอื้อนสะอาด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายน้อย เอื้อนสะอาด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยง โรจนสุพจน์ · ประเสริฐ วราภรณ์ · ประสม ศรีเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา