คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2522
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฆ่าคนในเรือยนต์แล้วเอาเรือท้ายตัดท้องแบนในเรือใช้เป็นพาหนะหลบหนี ไม่มีเจตนาลักทรัพย์ ไม่เป็นความผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยฆ่าคนในเรือประมงแล้วเครื่องเสีย จำเลยเอาเรือท้ายตัดท้องแบนในเรือหนีไปถูกจับที่เกาะตะรุเตาพร้อมด้วยเรือของกลางนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้ง 5 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคห้าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ประหารชีวิตจำเลยที่ 1 ตาม มาตรา 340 ตรีจำเลยที่ 2, 3, 4, 5 ตามมาตรา 340 วรรคห้า ลดโทษตามมาตรา 78 เป็นจำคุกจำเลยทั้ง 5 ตลอดชีวิต โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาอันควรวินิจฉัยเสียด้วยว่า การที่จำเลยทั้งห้าเอาเรือท้ายตัดท้องแบนจากเรือลำเกิดเหตุไปเกาะตะรุเตานั้นจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่า การที่จำเลยทั้งห้าเอาเรือท้ายตัดท้องแบนไปนั้นก็เพียงเพื่อใช้เป็นพาหนะหลบหนีไปเท่านั้น มิได้มีเจตนาลักทรัพย์แต่อย่างใด และเกี่ยวกับเรื่องนาฬิกาข้อมือ ซึ่งตามฟ้องโจทก์ว่าจำเลยร่วมกันปล้นเอาของนายวิฑูรย์กับจ่าเอกลอมไปคนละเรือนนั้น ในชั้นพิจารณาร้อยตำรวจโทสาคะ กิจสาลีพยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อจับกุมจำเลย ยึดได้นาฬิกาข้อมือยี่ห้อโอเรียลจากจำเลยที่ 2 หนึ่งเรือน และยี่ห้อยูริก้าจากจำเลยที่ 5 หนึ่งเรือน ก็ไม่ปรากฏหลักฐานจากการนำสืบของโจทก์ว่าเป็นของนายวิฑูรย์หรือจ่าเอกลอมจริงหรือไม่ทั้งจำเลยที่ 5 ก็เบิกความโต้แย้งอยู่ว่า เจ้าพนักงานตำรวจยึดเอานาฬิกาข้อมือของตนไป จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยลักเอานาฬิกาข้อมือไปเช่นเดียวกัน"
พิพากษาแก้ ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ยกฟ้องฐานปล้นทรัพย์ ปล่อยจำเลยที่ 2, 3, 4, 5
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2522
อัยการสตูล โจทก์
นายเฉิม หรือฮิปปี้ ทองขำดี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสตูล · จำเลย - นายเฉิม หรือฮิปปี้ ทองขำดี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · ชุบ วีระเวคิน |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา