คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1941/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงซื้อขายรถยนต์กันในราคาสุทธิและชำระราคาเป็นงวด ๆ โดยมีข้อตกลงว่าหากผู้ซื้อผิดนัดชำระราคา ผู้ขายมีสิทธิยึดรถคืนได้นั้น เป็นเพียงการตกลงกันไว้ล่วงหน้าถึงสิทธิของผู้ขายเมื่อผู้ซื้อผิดสัญญาเท่านั้น หาทำให้สัญญาดังกล่าวกลายเป็นสัญญาเช่าซื้อไม่
ย่อคำพิพากษา
เอกสารมีข้อความว่า " หนังสือสัญญาขายรถยนต์ " และซื้อขายกันในราคาสุทธิ 30,000 บาท ชำระเงินงวดแรกแล้วจำนวนหนึ่งส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ละเดือนจนกว่าจะครบ หากผู้ซื้อค้างชำระเงินถึง 3 งวด ฝ่ายผู้ขายจะยึดรถคืน และพยานผู้ร้องต่างยืนยันว่าผู้ร้องขายรถของกลางกันแล้ว ย่อมถือได้ว่าเป็นการซื้อขายรถยนต์โดยผ่อนชำระราคาหาใช่เป็นการเช่าซื้อไม่ แม้จะมีข้อความว่าถ้าผู้ซื้อค้างชำระเงินถึง 3 งวด ฝ่ายผู้ขายจะขดยึดรถคืนก็เป็นแต่เพียงการตกลงกันไว้ล่วงหน้าถึงสิทธิของผู้ขายในเมื่อผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ชำระราคาเท่านั้น หาทำให้สัญญานี้กลายเป็นสัญญาเช่าซื้อไปไม่ ผู้ร้องจึงมิใช่เจ้าของอันแท้จริงที่จะมีสิทธิร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯลฯ และให้ริบถ่านกับรถยนต์ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง ริบถ่านและรถยนต์ของกลาง คดีถึงที่สุด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจและร่วมกระทำผิดกับจำเลย ขอคืนของกลาง
โจทก์คัดค้าน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารที่ผู้ร้องอ้างหมาย ร.๒ ปรากฏข้อความว่า " หนังสือสัญญาขายรถยนต์ " ผู้ร้องกับผู้มีชื่อทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ราคา ๓๐,๐๐๐ บาท ผู้มีชื่อชำระงวดแรก ๒๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือ ๑๐,๐๐๐ บาท จ่ายเป็นงวด ๆ งวดที่ ๑ จ่ายวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๒๐ จำนวน ๑,๕๐๐ บาท งวดต่อไปจะชำระในวันที่ ๑๐ ของทุกเดือนจนกว่าจะหมดเงินที่ค้าง ๑๐,๐๐๐ บาท หากฝ่ายซื้อค้างชำระถึง ๓ งวด ฝ่ายผู้ขายจะได้ขอยึดรถคันนี้คืน และผู้ร้องกับพยานผู้ร้องเบิกความยืนยันว่าผู้ร้องขายรถคันของกลางแก่ผู้มีชื่อ เห็นว่าเป็นการซื้อขายรถยนต์โดยผ่อนชำระราคา หาใช่เป็นการเช่าซื้อไม่ แม้สัญญาซื้อขายจะมีข้อความว่า ถ้าผู้ซื้อค้างชำระเงินถึง ๓ งวด ฝ่ายผู้ขายจะขอยึดรถคืนก็เป็นแต่เพียงการตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าผู้ซื้อผิดสัญญา ไม่ชำระราคารถให้ผู้ขาย ผู้ขายจะมีสิทธิอย่างใดเท่านั้น หาทำให้สัญญาซื้อขายรายนี้กลายเป็นสัญญาเช่าซื้อไปไม่ เมื่อฟังว่าผู้ร้องได้ขายรถยนต์คันของกลางให้แก่ผู้มีชื่อไปแล้ว ผู้ร้องจึงมิใช่เจ้าของอันแท้จริงที่จะมีสิทธิมาร้องขอคืนรถคันดังกล่าว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1941/2522
พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์
นายศักดิ์ จันทร์ได จำเลย
นายเป็ง พันธุพาน ฯ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม · จำเลย - นายศักดิ์ จันทร์ได · ผู้ร้อง - นายเป็ง พันธุพาน ฯ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรัส เขมะจารุ · ประเสริฐ วราภรณ์ · ธาดา วัชรานันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครพนม - นายมานะ ศุภวิริยกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย อินทุภูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา