⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4085/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4085/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้เช่าซื้อยอมรับชำระค่าเช่าซื้อและผ่อนผันการผิดนัดชำระหลังจากทรัพย์สินถูกยึด ถือเป็นการแสดงเจตนาไม่เลิกสัญญา และผู้ให้เช่าซื้อไม่มีสิทธิขอคืนทรัพย์สินนั้นโดยอ้างว่าสัญญาเลิกกัน.

ย่อคำพิพากษา

แม้สัญญาเช่าซื้อระบุว่าหากทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกยึดถูกริบไม่ว่าโดยเหตุใดให้ถือว่าสัญญาเลิกกันโดยมิต้องบอกกล่าวก่อนและผู้เช่าซื้อยอมชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างจนครบแต่ผู้ร้องไม่ได้ใช้สิทธิตามสัญญาดังกล่าวกลับยอมรับชำระค่าเช่าซื้ออีก2งวดหลังจากรถยนต์ของกลางถูกยึดแล้วและยอมผ่อนผันการผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอีก7งวดซึ่งเป็นเงินส่วนน้อยเมื่อเทียบกับราคาเช่าซื้อทั้งหมดแสดงว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะเลิกสัญญากับผู้เช่าซื้อและผู้ร้องต้องการจะได้ค่าเช่าซื้อตามสัญญาเท่านั้นการที่ผู้ร้องขอคืนรถยนต์ของกลางจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าซื้อแต่ฝ่ายเดียวเป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริตผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอคืนรถยนต์ของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(12) วรรคสาม,336 ทวิ, 83 และริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน บ-0753 ประจวบคีรีขันธ์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้ศาลมีคำสั่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถยนต์ของกลางและผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยทั้งสามนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกยึด ถูกริบไปแล้วผู้ร้องก็ยังรับค่าเช่าซื้อต่อมาอีกถึง 2 งวด และการที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อรวม 7 งวด ผู้ร้องก็ไม่ได้ติดตามเพื่อเข้ายึดถือครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อทันทีคงปล่อยให้เวลาล่วงเลยออกไปหลังจากครบกำหนด 48 งวด ตามสัญญาเช่าซื้อแล้วถึง 9 เดือน 12 วัน จึงให้พนักงานของผู้ร้องไปตรวจดูที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอหัวหิน แสดงว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะเลิกสัญญากับผู้เช่าซื้อถึงแม้ผู้เช่าซื้อจะยินยอมให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 8 ดังนั้น สิทธิครอบครองรถยนต์ของกลางก็ยังเป็นของนางสังวาลย์ผู้เช่าซื้อ และตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 5ก็ได้ระบุว่า ถ้าทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกโจรภัย ถูกยึดหรือถูกริบไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยหรือโดยเหตุใด ๆ ผู้เช่าซื้อยอมรับผิดฝ่ายเดียว และยอมชำระเงินค่าเช่าซื้อทั้งสิ้นจนครบ หากเจ้าของ(ผู้ร้อง)ได้ออกเงินไปเพื่อการดังกล่าวผู้เช่าซื้อก็ยอมชดใช้ให้ดังนั้นการที่รถยนต์ของกลางถูกริบผู้เช่าซื้อก็จะต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอีก 7 งวด รวมเป็นเงินจำนวน 45,300 บาทซึ่งเป็นเงินส่วนน้อยเมื่อเทียบกับราคาเช่าซื้อ 370,000 บาทในทางพิจารณาก็ไม่ปรากฏว่าผู้เช่าซื้อเคยผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อแสดงว่าผู้ร้องประสงค์จะได้ค่าเช่าซื้อเท่านั้น ผู้ร้องไม่ประสงค์จะยึดรถยนต์ของกลางคืนเมื่อผู้เช่าซื้อผิดสัญญา พฤติการณ์เช่นนี้เห็นได้ว่าผู้ร้องร้องขอรถยนต์ของกลางคืนเพื่อประโยชน์ของนางสังวาลย์ผู้เช่าซื้อแต่ฝ่ายเดียว ผู้ร้องจึงใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริต ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอคืนรถยนต์ของกลาง ฎีกาของผู้ร้องข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4085/2539 พนักงานอัยการ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ บริษัท สยามกลการ จำกัด ผู้ร้อง นาย น้อย สร้อยดอกไม้ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · ผู้ร้อง - บริษัท สยามกลการ จำกัด · จำเลย - นาย น้อย สร้อยดอกไม้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บรรเทิง มุลพรม · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ