คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาที่จะเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นระยะเวลาตามกฎหมาย แม้สัญญาซื้อขายที่ดินจะเป็นโมฆะ แต่หากผู้ซื้อได้ครอบครองที่ดินโดยมีเจตนาที่จะเป็นเจ้าของและครอบครองติดต่อกันเป็นระยะเวลาตามกฎหมาย ก็อาจได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำหนังสือสัญญาขายที่นาพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าให้โจทก์ ยอมมอบที่นาพิพาทให้โจทก์ตั้งแต่วันทำสัญญา แต่มีข้อตกลงระบุไว้ในหนังสือสัญญาว่าให้จำเลยมีสิทธิมาไถ่ถอนได้ภายใน 3 ปี ถ้าไม่มาไถ่ถอนภายในกำหนด จำเลยเป็นอันหมดสิทธิในที่นาพิพาท ดังนี้ ถึงหากจะฟังว่านิติกรรมซื้อขายที่นาพิพาทเป็นโมฆะเพราะมีลักษณะเป็นสัญญาขายฝากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้สิทธิครอบครองมาโดยการครอบครองยึดถือเพื่อตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 ดังที่จำเลยได้แสดงเจตนาสละสิทธิครอบครองให้โจทก์แล้ว โจทก์ได้สิทธิครอบครองทันทีที่พ้นกำหนดไถ่ 3 ปี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบง คำทิพย์ · จำเลย - นายรวม โลหะพันธ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา