คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2070/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงลายมือชื่อในเช็คเท่านั้นที่จะต้องรับผิดตามข้อความในเช็ค แม้เช็คนั้นจะสั่งจ่ายจากบัญชีของบุคคลอื่นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดใช้เงินตามเช็คพิพาท 3 ฉบับที่ภริยาจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายให้โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้เงินกู้ กรณีต้องถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยใช้เช็คแทนเงินจึงเกิดความผูกพันระหว่างกันในลักษณะตั๋วเงินตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 ซึ่งมีผลว่าบุคคลที่ลงลายมือชื่อในเช็คเท่านั้นที่จะต้องรับผิดตามข้อความในเช็ค แม้โจทก์จะอ้างว่าเช็คพิพาททั้ง 3 ฉบับเป็นของจำเลยซึ่งขอเปิดบัญชีไว้กับธนาคารและภริยาจำเลยมีอำนาจสั่งจ่ายเงินจากบัญชีได้ก็ตาม ก็ไม่ทำให้จำเลยต้องรับผิดตามฟ้องด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นสามีของนางทิพย์วาร บุรีคำ ซึ่งทั้งสองคนได้เปิดบัญชีฝากเงินกระแสรายวันไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาพหลโยธิน โดยจำเลยกับนางทิพย์วารีคนใดคนหนึ่งมีอำนาจเซ็นเช็คสั่งจ่ายเงินในเช็คของธนาคารดังกล่าว และใช้ชื่อบัญชีว่านายอินทศรและหรือนางทิพย์วารีบัญชีเลขที่ ๓๘ จำเลยมีความประสงค์จะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท จึงขอให้โจทก์ช่วยหาเงินจำนวนนี้ให้ โดยจำเลยจะเอาเช็คของจำเลยและหรือภริยาจำเลยออกล่วงหน้าให้เพื่อเป็นการชำระหนี้เงินกู้ แต่เนื่องจากเงินที่จำเลยต้องการเป็นจำนวนมาก โจทก์ให้จำเลยสั่งจ่ายเช็คเป็น ๓ ฉบับ ๆ ละ ๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อโจทก์จะได้ไปยืมเงินจากบุคคลอื่นหลาย ๆ คนได้ จำเลยจึงสั่งจ่ายเช็คในบัญชีของจำเลย ๓ ฉบับ ๆ ละ ๕๐,๐๐๐ บาท โดยนางทิพย์วารีลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายมอบให้โจทก์ถือฉบับเลขที่ ๗๒๕๐๓๒๖, ๗๒๕๐๓๒๘, ๗๒๕๐๓๒๙ ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ บาท ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๙ โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปติดต่อให้นายสุขุม ตั้งตรงพาณิชยื ช่วยหาจำนวนเงินนี้ให้ นายสุขุมให้โจทก์สลักหลังเช็คทั้งสามฉบับเพื่อประกัน นายสุขุมนำเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ โจทก์นำเงินจำนวนนี้มอบให้จำเลย ซึ่งจำเลยก็ทราบดีว่านายสุขุมเป็นผู้ให้กู้เงินจำนวนนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดนายสุขุมนำเช็คไปขอรับเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาพหลโยธิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยแจ้งว่าบัญชีผู้สั่งจ่ายปิดแล้ว นายสุขุมแจ้งให้โจทก์ทราบและขอให้โจทก์ชำระเงินจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท แก่เขา โจทก์แจ้งให้จำเลยและนางทิพย์วารีเพื่อทราบและขอให้ชำระเงินตามเช็คนั้น นางทิพย์วารีหลบหนี ส่วนจำเลยขอผัดชำระนายสุขุมทวงตามโจทก์หลายครั้ง โจทก์จึงชำระให้นายสุขุมไปและแจ้งให้จำเลยทราบแล้วจำเลยไม่ชำระ จึงขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยให้โจทก์หาเงินหรือออกเช็คล่วงหน้า ๓ ฉบับ ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยไม่ทราบเรื่องราวและไม่ได้อนุญาตให้นางทิพย์วารีไปก่อหนี้ใด ๆ จำเลยไม่มีมูลหนี้ที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดใช้เงินตามเช็ครายพิพาท ๓ ฉบับที่นางทิพย์วารีภริยาจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายให้โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งในกรณีนี้ต้องถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยใช้เช็คแทนเงิน เกิดความผูกพันระหว่างกันในลักษณะตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๐ ซึ่งมีผลว่าบุคคลที่ลงลายมือชื่อในเช็คเท่านั้นที่จะต้องรับผิดตามข้อความในเช็ค ดังนั้นแม้โจทก์จะอ้างว่าเช็ครายพิพาททั้ง ๓ ฉบับเป็นของจำเลยซึ่งขอเปิดบัญชีไว้กับธนาคารและนางทิพย์วารีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินจากบัญชีได้ก็ตาม ก็ไม่ทำให้จำเลยต้องรับผิดตามฟ้องด้วย เพราะจำเลยมิได้มีลายมือชื่อในเช็ครายพิพาททั้ง ๓ ฉบับหากจะถือว่ามูลหนี้เดิมเป็นหนี้กู้ยืมเงินอันจะถือว่าเป็นหนี้ร่วมกัน โจทก์ก็มิได้มีหลักฐานกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยมาแสดง โจทก์จึงฟ้องบังคับจำเลยไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2070/2522
นายบำเพ็ญ สุขนิตย์ โจทก์
นายอินทศร บุรีคำ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบำเพ็ญ สุขนิตย์ · ล. - นายอินทศร บุรีคำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายโชค จงสงวน · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา