⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2357/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2357/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจับโดยเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 นั้น เพียงแค่แจ้งข้อหาและบอกให้ผู้ถูกจับไปสถานีตำรวจก็ถือเป็นการจับแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องจับตัวไปหรือใช้เครื่องพันธนาการ และบันทึกการจับจะทำ ณ ที่จับหรือที่อื่นใดก็ได้

ย่อคำพิพากษา

ตำรวจจับผู้กระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 ผู้ถูกจับยอม ไปกับตำรวจ ก็ไม่จำเป็นต้องจับตัวไปและไม่ต้องใช้เครื่องพันธนาการ เพียงแต่แจ้งข้อหาและบอกให้ไปสถานีตำรวจก็เป็นการจับแล้ว บันทึกการจับจะทำตรงที่จับหรือทำที่ใดก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.83

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย 2,000 บาท ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯมาตรา 48, 73, 84 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงคงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2521 เวลา 18 นาฬิกา พันตำรวจตรีเฉลิม สังข์ทอง ร้อยตำรวจโททองเริ่ม กลิ่นกระจาย นั่งรถยนต์กลับจากราชการ พบจำเลยแต่งเครื่องแบบตำรวจสีเขียวขับรถยนต์บรรทุก มีราษฎรสองคนอยู่บนรถยนต์ด้วย จึงเรียกให้หยุดพบไม้แปรรูปไม่มีรอยตราของเจ้าพนักงานประทับ จำนวน 158 แผ่นปริมาตร 2.04 ลูกบาศก์เมตร จึงจับกุมจำเลยและชาย 2 คนที่อยู่บนรถยนต์คือ นายประดิษฐ์ มังกรและนายเพิก ดีปีน ส่งพนักงานสอบสวนในข้อหาร่วมกันมีไม้แปรรูปผิดกฎหมาย พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพิษณุโลกฟ้องคนทั้งสองต่อศาลแขวงพิษณุโลก นายประดิษฐ์และนายเพิกรับสารภาพศาลแขวงพิษณุโลกพิพากษาลงโทษไปแล้ว และสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ที่โจทก์ฎีกาว่า ที่จำเลยอ้างว่าเป็นผู้จับนายประดิษฐ์และนายเพิกมีพฤติการณ์เป็นพิรุธ เพราะจำเลยไม่ได้ทำบันทึกการจับกุมและปล่อยให้นายประดิษฐ์และนายเพิกนั่งมาในรถยนต์คันเดียวกับจำเลย โดยจำเลยเป็นคนขับรถยนต์ ผู้ต้องหามีโอกาสที่จะหลบหนีหรือทำอันตรายแก่จำเลยได้และพฤติการณ์ของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยได้ร่วมกับนายประดิษฐ์และนายเพิกกระทำความผิดในคดีนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าการทำบันทึกการจับกุมจะทำตรงที่จับกุมหรือที่ใดก็ได้ เช่นในกรณีพันตำรวจตรีเฉลิมจับกุมจำเลยกับพวกก็ทำบันทึกกันที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังทอง ฉะนั้นจะนำข้อพิรุธที่จำเลยไม่ทำบันทึกการจับกุมนายประดิษฐ์และนายเพิกมาเป็นเหตุยืนยันว่าจำเลยร่วมกระทำผิดกับนายประดิษฐ์และนายเพิกยังไม่ได้ ส่วนการที่จำเลยจับกุมตัวนายประดิษฐ์และนายเพิกให้นั่งรถยนต์บรรทุกมาโดยไม่ใช่เครื่องพันธนาการทั้ง ๆ ที่จำเลยผู้จับมีแต่ผู้เดียว ก็ยังฟังเป็นข้อพิรุธไม่ได้ถนัดเพราะจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาย่อมมีอำนาจจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าได้ และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 บัญญัติว่าเจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจพร้อมด้วยผู้จับ แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป ในกรณีจำเลยเพียงแต่บอกนายประดิษฐ์กับนายเพิกว่าถูกจับในข้อหามีไม้แปรรูปผิดกฎหมาย และให้คนทั้งสองไปสถานีตำรวจพร้อมกับจำเลยก็ถือว่าเป็นการจับตามกฎหมายแล้วเมื่อได้ความว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมรับสารภาพยอมไปกับจำเลยด้วยดี จำเลยก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้วิธีจับตัวไป เมื่อจำเลยไม่ใช่วิธีจับตัวผู้ต้องหาถูกจับ จึงไม่ต้องใช้เครื่องพันธนาการเพื่อป้องกันมิให้ผู้ถูกจับหลบหนีพฤติการณ์ของจำเลยตามพยานหลักฐานของโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้ร่วมกับนายประดิษฐ์และนายเพิกกระทำความผิดตามฟ้อง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2357/2522 อัยการศาลแขวงพิษณุโลก โจทก์ ส.ต.อ.เจริญ ทามา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการศาลแขวงพิษณุโลก · จำเลย - ส.ต.อ.เจริญ ทามา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สันติ์ ธีรนิติ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 699/2502ฎีกา 738/2491ฎีกา 13199/2557ฎีกา 6421/2544ฎีกา 1549/2525ฎีกา 843/2484ฎีกา 698/2516ฎีกา 241-242/2504ฎีกา 1530/2482ฎีกา 621-622/2490ฎีกา 3243/2528ฎีกา 320/2503ฎีกา 667/2535ฎีกา 929/2485ฎีกา 1761/2522ฎีกา 1119/2502ฎีกา 5499/2549ฎีกา 1501-1502/2482ฎีกา 2450/2527ฎีกา 9590/2544ฎีกา 2612/2543ฎีกา 2892/2536ฎีกา 493/2486ฎีกา 535/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา