⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 738/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2491

ย่อคำพิพากษา

ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจบหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือความป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะแก่พฤตติการณ์แห่งเรื่องในการจับผู้นั้น จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใหญ่บ้าน จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วย ได้ปฏิบัติการตามหน้าที่โดยจับกุมผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ร้ายสำคัญเรื่องปล้นทรัพย์ ผู้ตายวิ่งหนี จำเลยที่ 1 เกรงความผิด จึงสั่งให้จำเลยที่ 2 ยิง ดังนี้ ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำตาม ก.ม.วิ.อาญามาตรา 83 วรรค 2 แต่กระทำเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินไปกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 53 (อ้างฎีกา 618/2461)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.52 กฎหมายลักษณะอาญา ม.53 กฎหมายลักษณะอาญา ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.83

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ได้ความว่า ท้องที่อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท มีผู้ร้ายชุกชุม ทางการสั่งให้ทางอำเภอจัดกำหนันผู้ใหญ่บ้านออกตรวจตราโจรผู้ร้าย ได้มีผู้มาแจ้งต่อจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านว่า มีผู้ร้ายชั้นเสือมาพักอยู่ในเขตต์อำเภอหันคา จำเลยที่ ๑ จึงเกณฑ์ราษฎรคือ จำเลยที่ ๒ - ๔ และคนอื่นอีก ๒ คน ไปทำการจับกุม ระหว่างทางพบชายคนหนึ่งภายหลังทราบว่าชื่อเพี้ยนหรือประคองเดินสวนมา ได้เกิดจับกุมตัวนายเพี้ยน ๆ ขัดขวางชักปืนออกจะยิง แต่บุคคลเหล่านั้นได้ช่วยกันจับได้และมัดไว้ นำตัวจะไปส่งกำนัน ระหว่างทางมีผู้มาชี้ตัวว่านายเพี้ยนเป็นผู้ร้ายปล้นทรัพย์ จำเลยที่ ๑ หยุดปัสสาวะ นายเพี้ยนวิ่งหนี จำเลยที่ ๑ ร้องว่าทำไมไม่ยิง จำเลยที่ ๒ จึงยิงไป ๑ นัด ถูกนายเพี้ยนตาย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา จำเลยที่ ๑ ให้การว่าทางการสั่งให้ปราบปรามโจรผู้ร้าย ผู้ตายเป็นผู้ร้ายสำคัญเรื่องปล้นทรัพย์ ระหว่างถูกจับตัวมาวิ่งหนีจึงเกิดยิงกันตาย จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธ จำเลยที่ ๓ - ๔ ว่า จำเลยที่ ๑ สั่งไปช่วยจับไม่ได้สมคบกันฆ่า ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยที่ ๑ - ๒ ทำการ ตามหน้าที่เพื่อมิให้ผู้ตายหลบหนี แต่กระทำเกินกว่าเหตุ จึงลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๖๓, ๖๔, ๒๔๙, ๕๒, ๕๓ จำคุกคนละ ๑ ปี แต่ให้รอการลงอาญาไว้ ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ - ๔ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า คดีไม่เข้าตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๕๒, ๕๓ ไม่ควรลดอาญาแก่จำเลยที่ ๑ - ๒ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ - ๒ ได้ปฏิบัติการตามหน้าที่โดยจับกุมผู้ตายซึ่งเป็นผู้ร้ายสำคัญเรื่องปล้นทรัพย์ ผู้ตายวิ่งหนี จำเลยที่ ๑ เกรงความผิดจึงสั่งให้จำเลยที่ ๒ ยิง ประกอบกับมี ป.วิ.อาญามาตรา ๘๓ (๒) ว่า ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับหลบหนี หรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือความป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะแก่พฤตติการณ์แห่งเรื่องในการจับผู้นั้น จึงถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายดั่งกล่าวแล้ว แต่หากกระทำเกินไปกว่าสมควรแก่เหตุหรือเกินไปกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ ต้องตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๕๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2491 อัยยการชัยนาท โจทก์ นายโต สีเอื้อ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการชัยนาท · จำเลย - นายโต สีเอื้อ กับพวก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุริยน สุวรรณทัต · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยรักษ์จรรยาวัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1818/2499ฎีกา 319/2498ฎีกา 989/2485ฎีกา 3/2495ฎีกา 324/2486ฎีกา 462/2485ฎีกา 1676/2498ฎีกา 916-917/2490ฎีกา 1142/2498ฎีกา 1426-1427/2492ฎีกา 547/2493ฎีกา 1275/2496ฎีกา 1159/2487ฎีกา 433/2491ฎีกา 1873/2497ฎีกา 661/2490ฎีกา 977/2492ฎีกา 1683/2523ฎีกา 930/2490ฎีกา 1348/2496ฎีกา 143/2486ฎีกา 1485/2493ฎีกา 412/2497ฎีกา 1047/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา