คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2619/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดจำนวนเงินที่นายประกันต้องรับผิดเมื่อผิดสัญญาประกันเกินกว่าจำนวนเงินตามเช็ค เป็นการกระทำที่เกินอำนาจพนักงานสอบสวน และนายประกันต้องรับผิดเพียงเท่าที่กฎหมายกำหนดไว้ตามจำนวนเงินในเช็คเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
การที่พนักงานสอบสวนสั่งปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวโดยกำหนดจำนวนเงินให้นายประกันต้องรับผิดชดใช้เมื่อมีการผิดสัญญาประกันเกินจำนวนเงินตามเช็ค อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 5 (2) นั้น เป็นแต่เพียงการกระทำที่เกินอำนาจพนักงานสอบสวน ใช้บังคับนายประกันได้เพียงเท่าที่กฎหมายให้อำนาจไว้คือตามจำนวนเงินในเช็ค ไม่ทำให้สัญญาประกันมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายอันจะทำให้นิติกรรมตกเป็นโมฆะ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาประกันตัวนายจรินทร์หรือบาเรอซิง วงศ์คัมภีร์ ผู้ต้องหาในคดีออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค หากผิดสัญญาประกันจำเลยยอมใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหาให้แก่โจทก์อันเป็นการผิดสัญญาประกันโจทก์ได้เรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาแต่จำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี
จำเลยให้การว่า เช็คที่ผู้ต้องหาสั่งจ่ายมีจำนวนเงินเพียง ๕๐,๐๐๐ บาท หรือ ๕๑,๐๐๐ บาท เท่านั้น การที่โจทก์กำหนดจำนวนเงินประกันถึง ๑๕๐,๐๐๐ บาท เป็นการผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โจทก์ไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องจำเลยได้เสียค่าพาหนะและค่าใช้จ่ายในการติดตามตัวผู้ต้องหาเป็นเงินงบประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าศาลจะปรับ ก็ขอให้ปรับจำเลยในอัตราที่ต่ำที่สุดด้วย
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาที่จำเลยทำกับโจทก์ต้องห้ามชัดแจ้งตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค มาตรา ๕ (๒) จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๓ แต่ส่วนของนิติกรรมที่มีจำนวนเงินไม่เกินจำนวนเงินในเช็ค แยกออกได้จากส่วนที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕ จำเลยจึงรับผิดต่อโจทก์เพียง ๕๑,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน จำนวน ๕๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
โจทก์จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาประกันตกเป็นโมฆะกรรมทั้งสิ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ (๒) ที่บัญญัติว่า ถ้าผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการสั่งปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันหรือหลักประกันไม่เกิดจำนวนเงินตามเช็คนั้น บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อจำกัดอำนาจของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการซึ่งมีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๒ ในอันที่จะกำหนดจำนวนเงินตามที่เห็นสมควรให้นายประกันชดใช้เมื่อมีการผิดสัญญาประกัน โดยให้พนักงานสอบสวนพร้อมพนักงานอัยการกำหนดจำนวนเงินที่นายประกันจะต้องชดใช้เมื่อมีการผิดสัญญาประกันเพียงไม่เกินจำนวนเงินตามเช็คในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค การที่พนักงานสอบสวนสั่งปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวโดยกำหนดให้นายประกันใช้เงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท เมื่อมีการผิดสัญญาประกัน ซึ่งเกินกว่าจำนวนเงินตามเช็คนั้น เป็นแต่เพียงการกระทำที่เกินอำนาจของพนักงานสอบสวนจึงใช้บังคับนายประกันได้เพียงเท่าที่กฎหมายให้อำนาจไว้คือตามจำนวนเงินในเช็คสัญญาประกันไม่ได้มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายอันจะทำให้นิติกรรมตกเป็นโมฆะทั้งหมดหรือบางส่วนดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย
พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2619/2522
พันตำรวจตรีธรรมสาร เทสสิริ
สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพระนครศรีอยุธยา โจทก์
นายปรีชา บุณยเนตร ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | เทสสิริ - พันตำรวจตรีธรรมสาร · โจทก์ - สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพระนครศรีอยุธยา · ล. - นายปรีชา บุณยเนตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายนิพนธ์ ไพทยาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยง ศรีนาม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา