คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งห้ามธนาคารจ่ายเงินตามเช็คโดยมีเจตนาทุจริต ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้จะมีข้อตกลงส่วนตัวระหว่างผู้สั่งจ่ายและผู้รับเช็คที่ไม่ได้ปฏิบัติตาม ก็ไม่สามารถนำมาอ้างเพื่อยกเว้นความรับผิดได้
ย่อคำพิพากษา
ช. ค้างชำระค่าที่ดินโจทก์อยู่ 30,000 บาท ช.ตกลงยืมเงินจำเลยตามจำนวนดังกล่าว โดยให้จำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงิน 30,000 บาท ให้โจทก์ไปเมื่อเช็คถึงกำหนด จำเลยสั่งธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ดังนี้ ถือได้ว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตในการที่ห้ามมิให้ธนาคารใช้เงินตามเช็ค เพราะจำเลยออกเช็คไปก็เพื่อเป็นการชำระหนี้แทน ช.นั่นเอง จะอ้างว่าเหตุที่สั่งธนาคารระงับการจ่ายเงินเพราะช. ไม่นำเงินมาชำระแก่จำเลยก่อนเช็คถึงกำหนดตามที่ ช. ตกลงไว้กับจำเลยมิได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างจำเลยกับ ช. เท่านั้น ไม่ผูกพันโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายเช็คจำนวนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์ โดยจำเลยที่ ๒ ลงชื่อสั่งจ่ายแทนจำเลยที่ ๑ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินอ้างว่า มีคำสั่งให้ระงับการจ่ายแสดงว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือออกเช็ค โดยในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้หรือออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าเงินในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น หรือห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งคดีมีมูล
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองออกเช็คเพื่อชำระหนี้ แล้วสั่งห้ามธนาคารไม่ให้จ่ายเงินตามเช็ค จึงเป็นการห้ามธนาคารมิให้จ่ายเงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริต พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตรามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ (๕) ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท และจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๔ เดือน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทราบดีอยู่แล้วว่านายชาตรีเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่ ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อชำระราคาที่ดิน นายชาตรีขอยืมเงินโจทก์โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ แล้วจำเลยจึงออกเช็คพิพาทให้โจทก์ไป การที่จำเลยออกเช็คดังกล่าวให้โจทก์ก็เพื่อเป็นการชำระหนี้แทนนายชาตรีนั่นเอง เมื่อหนี้ถึงกำหนดแล้วจำเลยสั่งธนาคารสั่งธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คเสียเช่นนี้ ฟังได้ว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตในการที่ห้ามมิให้ธนาคารใช้เงินตามเช็ค จำเลยย่อมมีความผิด ที่จำเลยฎีกาว่าเหตุที่สั่งธนาคารระงับการจ่ายเงินเพราะนายชาตรีไม่นำเงินมาชำระแก่จำเลยก่อนเช็คถึงกำหนดตามสัญญานั้น เห็นว่า สัญญาดังกล่าวเป็นเรื่องตกลงเป็นส่วนตัวระหว่างจำเลยกับนายชาตรีเท่านั้น ไม่ผูกพันโจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282/2522
นายทวี แย้มเผื่อน โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามวัฒนาก่อสร้าง กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทวี แย้มเผื่อน · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามวัฒนาก่อสร้าง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พัลลภ สังโขบล · ประภาศน์ อวยชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายถาวร ตันตราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ทิพยโกศัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา