⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2885/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2885/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุตรแจ้งความดำเนินคดีอาญากับมารดาในข้อหายักยอกทรัพย์สินที่ตนเองเป็นผู้ให้ไป และขอให้อัยการฟ้องร้องดำเนินคดีกับมารดา ถือเป็นการประพฤติเนรคุณอย่างร้ายแรงต่อมารดา การให้ทรัพย์สินแก่บุตรโดยเสน่หาจึงย่อมตกเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

มารดายกทรัพย์ให้บุตร ต่อมาบุตรกับมารดาเถียงกันเรื่องเข็มขัดทองเป็นของมารดาหรือของบุตร บุตรแจ้งความต่อตำรวจว่ามารดายักยอกทรัพย์และขอให้อัยการฟ้องมารดาเรียกเข็มขัดทองนั้น มารดาสาบานต่อหน้าพระตามคำท้า มีบุคคลหลายคนเห็นเป็นแต่มารดาสมัครใจสาบานตามคำท้าในศาลเอง ไม่เป็นหมิ่นประมาทมารดาที่จะเพิกถอนการให้ มารดายังมีสวนมะพร้าวและตัดจากขาย มีรถยนต์บรรทุกจากขายไม่ใช่ผู้ยากไร้ที่บุตรจะต้องช่วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องที่โจทก์ฟ้องเพิกถอนการให้ทรัพย์แก่จำเลยซึ่งเป็นบุตรโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาว่าการระทำของจำเลยเป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องถอนคืนการให้จากจำเลยได้นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยทำให้โจทก์เสียเชื่อเสียงและหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงนั้นสืบเนื่องมาจากการโต้เถียงเรื่องเข็มขัดทองคำ 1 สายว่าเป็นของโจทก์หรือจำเลย และจำเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรสงครามกล่าวหาว่าโจทก์กับนางสาวประยงค์ยักยอกทรัพย์ (เข็มขัดทองคำดังกล่าว) ของจำเลย และเมื่อไม่เป็นผลดี ไปร้องเรียนต่อนายอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ในข้อหาเดียวกันอีก ซึ่งที่สุดจำเลยได้ขอให้พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม ฟ้องโจทก์เรียกเข็มขัดทองคำดังกล่าวคืนซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงครามก็ได้ดำเนินการให้ตามที่จำเลยร้องขอในระหว่างพิจารณา โจทก์จำเลยทำกันให้โจทก์สาบานต่อหลวงพ่อวัดบ้านแหลมว่าเข็มขัดทองคำเป็นของโจทก์ ซึ่งโจทก์ตกลงตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 55/2519 ของศาลชั้นต้น พฤติการณ์ต่าง ๆ ที่จำเลยได้กระทำไปเห็นได้ชัดว่าจำเลยต้องการที่จะได้เข็มขัดทองคำกลับคืนมาเป็นของจำเลย หาได้ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์แต่อย่างใดไม่ จริงอยู่แม้โจทก์จะต้องไปสาบานแล้วในโบสถ์และมีบุคคลอื่น ๆ อยู่ในโบสถ์หลายคนอันทำให้โจทก์อับอายขายหน้า ก็เป็นเรื่องที่โจทก์สมัครใจจะไปสาบานตามคำท้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเท่านั้นไม่ถึงขนาดที่ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์แต่อย่างใด ในประเด็นที่ว่าจำเลยบอกปัดไม่ให้สิ่งจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้นั้น กลับได้ความว่าโจทก์ยังมีสวนมะพร้าวติดถนนใหญ่ประมาณ3 ไร่ ที่ดินป่าจากอีก 1 แปลง และมีรายได้จากการเก็บมะพร้าวและตัดใบจากของโจกท์ และโจทก์ยังลงทุนร่วมกับนางไป๋ สำเภาเงิน บุตรโจทก์อีกคนหนึ่งซื้อรถยนต์บรรทุกราคา 2 แสนบาทเศษ สำหรับใช้บรรทุกจากขายอีกด้วยที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ยากไร้ถึงขนาดที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือจากจำเลย จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2885/2522 นางเมี้ยน ศิริธรรม โจทก์ น.ส.ทองปลิว นนทรักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเมี้ยน ศิริธรรม · จำเลย - น.ส.ทองปลิว นนทรักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน · สุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 947/2495ฎีกา 324/2504ฎีกา 1117/2493ฎีกา 737/2523ฎีกา 1728/2534ฎีกา 291/2522ฎีกา 7301/2559ฎีกา 6323/2552ฎีกา 206/2510ฎีกา 3601/2542ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 1516/2525ฎีกา 2980/2523ฎีกา 1365/2509ฎีกา 6250/2537ฎีกา 3743/2536ฎีกา 31/2531ฎีกา 166/2496ฎีกา 966/2523ฎีกา 301/2524ฎีกา 375/2527ฎีกา 177/2492ฎีกา 1146-1147/2503ฎีกา 10552/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา