⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 511/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คนต่างด้าวจะอ้างสิทธิครอบครองในที่ดินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ และไม่มีอำนาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซึ่งชนะคดีได้นำยึดที่ดินมือเปล่าแปลงหนึ่งเพื่อนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์อ้างว่าเป็นที่ดินของผู้ร้อง แต่ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นคนต่างด้าวสัญชาติจีน และการได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตามที่ผู้ร้องอ้างก็ไม่ปรากฏว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการ ซึ่งกำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ข้อ 2 และไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามความในมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินด้วย ดังนั้น ผู้ร้องซึ่งเป็นคนต่างด้าวจะอ้างว่ามีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทไม่ได้ เมื่อผู้ร้องไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ผู้ร้องก็ไม่มีอำนาจร้องขอให้ปล่อยที่พิพาทในคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.86

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน ส.ค. ๑ หนึ่งแปลง อ้างว่าเป็นของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดอ้างว่าเป็นของตน ตนครอบครองมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๙ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาท มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้ร้องมีสิทธิครอบครอง พิพากษากลับให้ถอนการยึด โจทก์ฎีกาว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับกันตามทางนำสืบฟังได้ว่าที่พิพาทจำเลยครอบครองมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ จำเลยได้ลงชื่อในสมุดทะเบียนที่ดินเพื่อเก็บภาษีบำรุงท้องที่ว่าได้โอนให้แก่ผู้ร้อง ปรากฏตามเอกสาร ร.๒ แต่ใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๙ - ๒๕๑๑ ยังระบุว่าจำเลยเป็นเจ้าของอยู่ ปัญหาว่าผู้ร้องได้สิทธิครอบครองที่พิพาทตามเอกสาร ร. ๒ หรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้จากคำร้องขอของผู้ร้อง ว่าผู้ร้องเป็นคนเชื้อชาติจีนสัญชาติจีนขณะที่ผู้ร้องมาเบิกความต่อศาลผู้ร้องก็ยังมีบัตรประจำตัวคนต่างด้าวอยู่ดังนั้นหากจะฟังว่าผู้ร้องได้รับโอนที่ดินพิพาทมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ตามเอกสารหมาย ร. ๒ ผู้ร้องก็ไม่ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเพราะการได้มาซึ่งที่ดินแม้จะเป็นเพียงสิทธิครอบครองในฐานะเจ้าของของคนต่างด้าวนั้นต้องตกอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘๖ ด้วย คดีนี้ผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องได้ครองบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ โดยไม่ปรากฏว่า ผู้ร้องได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๒ และไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามความในมาตรา ๘๖ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินด้วย ดังนั้น ผู้ร้องซึ่งเป็นคนต่างด้าวจะอ้างว่าผู้ร้องมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเจ้าของมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ไม่ได้ เมื่อผู้ร้องไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ผู้ร้องก็ไม่มีอำนาจร้องขอให้ปล่อยที่ดินพิพาทในคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าผู้ร้องได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2522 นายประเสริฐ อิสสระราษฎร์ โจทก์ นางกิ้มทิ้ว สุวรรณรุต ล. นายฮุยฮอง หรือฮุยทอง หรือทอง แซ่ด่าน ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประเสริฐ อิสสระราษฎร์ · ล. - นางกิ้มทิ้ว สุวรรณรุต · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายฮุยฮอง หรือฮุยทอง หรือทอง แซ่ด่าน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายเกษม วีรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2679/2537ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1278/2501ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 1492/2510ฎีกา 541/2509ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537ฎีกา 2220/2535ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 1445/2482ฎีกา 1141/2540ฎีกา 805/2506ฎีกา 249/2503ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา