คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างในฎีกาต้องชัดแจ้งว่าอ้างกฎหมายข้อใด เพื่อให้ศาลวินิจฉัยได้ตรงประเด็น.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฎีกาลอย ๆ ว่า โจทก์มีสิทธิจะสวมสิทธิจำเลยต่อผู้ร้องได้ตามกฎหมายเท่านั้น มิได้ยกข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างอิงไว้โดยชัดแจ้งในฎีกาว่าโจทก์มีสิทธิจะสวมสิทธิจำเลยต่อผู้ร้องได้ ตามกฎหมายข้อใดประการใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์บรรทุกเล็ก ยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียน พ.บ. ๐๔๒๔๔ เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องตกลงจะขายให้จำเลย แต่จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระเงินแก่ผู้ร้องหลายงวดติดกัน ผู้ร้องได้บอกเลิกสัญญา และกำลังติดตามเอารถยนต์คืน แต่ถูกยึดเสียก่อน ขณะนี้รถยนต์ราคา ๓๐,๐๐๐ บาท ขอให้ปล่อยรถยนต์ที่ยึด
โจทก์ให้การว่า รถยนต์เป็นของจำเลย จำเลยชำระราคาเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ร้องไม่เคยบอกเลิกสัญญา หากจำเลยมีหนี้สินติดค้าง ผู้ร้องชอบที่จะเรียกร้องเอาจากจำเลยคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม
ในระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอสวมสิทธิของจำเลย โดยขอชำระหนี้ที่จำเลยค้างชำระแก่ผู้ร้อง ๙,๓๓๕ บาท ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่าจะสั่งคำร้องพร้อมกับคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดี
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายรถคันพิพาทมีเงื่อนไขกับผู้ร้อง และชำระค่ารถยนต์ยังไม่เสร็จ กรรมสิทธิ์ยังไม่ตกเป็นของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิยึดรถเพื่อนำออกขายทอดตลาด สำหรับคำร้องของโจทก์ที่ขอสวมสิทธิจำเลยนั้น ไม่เข้าเกณฑ์ตามมาตรา ๒๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อผู้ร้องคัดค้านไม่ตกลงยินยอมด้วยโจทก์ก็ไม่อาจจะขอรับช่วงสิทธิของจำเลยได้ จึงมีคำสั่งให้ปล่อยรถยนต์คันพิพาท และยกคำร้องของโจทก์เสีย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามานั้นโจทก์คงฎีกาลอย ๆ ว่า โจทก์มีสิทธิจะสวมจำเลยต่อผู้ร้องได้ตามกฎหมายเท่านั้น มิได้ยกข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างอิงไว้โดยชัดแจ้งในฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิจะสวมสิทธิจำเลยต่อผู้ร้องได้ตามกฎหมายข้อใดประการใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย
พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาทั้งหมดแก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาของผู้ร้องให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2522
นางชิน ดวงจันทร์ โจทก์
นายจำลอง เกลี้ยงมลทิน ล.
บริษัทสหไทยไฟแนนซ์ จำกัด โดย นายบัว วิชิตกุล ผู้รับมอบอำนาจ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางชิน ดวงจันทร์ · ล. - นายจำลอง เกลี้ยงมลทิน · ผู้ร้อง - บริษัทสหไทยไฟแนนซ์ จำกัด โดย นายบัว วิชิตกุล ผู้รับมอบอำนาจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสนัด หมายสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธรรมสถิตย์ ธีรกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา