⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 647/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2522

ป.ที่ดิน ม.78 · ป.พ.พ. ม.1382 · ป.วิ.แพ่ง ม.24, 55, 188 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใหม่ในชั้นฎีกา ศาลฎีกาจะไม่รับพิจารณา เว้นแต่เป็นข้อที่กฎหมายกำหนดให้ฎีกาได้ และการที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน หากจำเลยมิได้โต้แย้งไว้ในขณะนั้น ก็ไม่อาจนำมาฎีกาในภายหลังได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อที่อ้างขึ้นใหม่ในศาลฎีกาว่าพบเอกสารอันเป็นข้ออ้างใหม่ตามภาพถ่ายท้ายฎีกา ไม่เป็นข้อที่ศาลฎีกาจะรับพิจารณา และการที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน จำเลยก็ไม่ได้โต้แย้งไว้ จึงฎีกาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.78 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่ต้องสืบพยาน จึงสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายพิพากษาขับไล่จำเลยจากที่พิพาท กับให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 32.67 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาประการแรกว่าข้อกฎหมายที่จำเลยขอให้ศาลฎีกาพิจารณาก็คือหลักฐานซึ่งจำเลยเพิ่งค้นหามาได้ในชั้นฎีกานี้ว่า โจทก์ได้บอกขายที่ดินส่วนที่จำเลยเช่าให้แก่จำเลยแต่โจทก์ยังไม่พร้อมที่จะโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลย เพราะโฉนดดังกล่าวนี้ยังติดจำนองอยู่ จำเลยได้แนบภาพถ่ายโฉนดดังกล่าวมาท้ายคำฟ้องฎีกานี้แล้ว ฉะนั้นเมื่อโจทก์ยังไม่พร้อมที่จะโอนที่ดินซึ่งเสนอขายให้แก่จำเลย ศาลชั้นต้นน่าจะให้โอกาสคู่ความนำพยานเข้าสืบจึงจะเป็นการชอบ แต่ศาลชั้นต้นด่วนตัดพยานอันไม่เป็นการสมควร จึงขอให้ยกฟ้องหรือสั่งให้มีการสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ความข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในฎีกานั้น ต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ที่จำเลยฎีกาขึ้นมาว่าจำเลยเพิ่งค้นพบหลักฐานใหม่ในชั้นฎีกานั้น เป็นข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลล่างทั้งสอง ทั้งไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือมีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 7และที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นด่วนตัดพยานอันไม่เป็นการสมควร ขอให้สืบพยานกันใหม่นั้น ปรากฏว่าจำเลยมิได้โต้แย้งไว้ต่อศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อนี้ไม่ได้เช่นกันศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2522 นายทรงชัย เจนตวนิชย์ โจทก์ นางศรีนวล ชัยมานะกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทรงชัย เจนตวนิชย์ · จำเลย - นางศรีนวล ชัยมานะกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิถี ปานะบุตร · ธาดา วัชรานันท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2194/2552ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4092/2543ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา