คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากทายาทตกลงกันไม่ได้ว่าจะตั้งใครเป็นผู้จัดการทำศพผู้ตาย ผู้ที่ได้รับทรัพย์มรดกมากที่สุดจะเป็นผู้มีอำนาจจัดการทำศพ เว้นแต่ผู้มีส่วนได้เสียจะร้องต่อศาลว่าผู้นั้นไม่สมควร และหากทายาทมีสิทธิจัดการทำศพอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาล แต่หากมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นระหว่างทายาทกับบุคคลอื่น ให้ดำเนินคดีเป็นคดีมีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ย่อคำพิพากษา
กรณีร้องขอเป็นผู้จัดการทำศพของผู้ตายมาตรา 1649 นั้น ต้องปรากฏว่าผู้ตายไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดก หรือตั้งบุคคลใดไว้ให้เป็นผู้จัดการทำศพ ทั้งทายาทก็ตกลงกันไม่ได้ที่จะมอบหมายตั้งให้บุคคลใดเป็นผู้จัดการทำศพ อำนาจและหน้าที่นี้จึงตกได้แก่ผู้ที่ได้รับทรัพย์มรดกเป็นจำนวนมากที่สุด และกรณีถ้าผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่า ผู้ได้รับมรดกเป็นจำนวนมากที่สุดนั้นไม่สมควรเป็นผู้จัดการทำศพผู้ตายจึงอาจร้องขอต่อศาลได้ แต่เมื่อปรากฏว่าผู้ร้องเป็นภริยาและบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เป็นทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมายมีอำนาจจัดการทำศพหรือมอบหมายให้บุคคลใดเป็นผู้จัดการทำศพผู้ตายได้อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล ทั้งปรากฏว่าก่อนที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอได้ไปขอรับศพผู้ตาย แต่ ส.ซึ่งรับศพจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปก่อน ไม่ยอมมอบให้โดยอ้างว่าเป็นภรรยาผู้ตาย จึงมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นระหว่างผู้ร้องกับ ส. ผู้ร้องชอบทีจะดำเนินคดีกับ ส. อย่างคดีมีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ที่ร้องเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทจึงไม่ถูกต้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นภรรยาและบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสายัณห์ มีบุตรด้วยกันคือผู้ร้องอีกสองคน นายสายัณห์ประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ พนักงานสอบสวนมอบศพให้แก่นางสมจิตต์ไป จึงขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการศพของผู้ตาย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีร้องขอเป็นผู้จัดการทำศพของผู้ตายตามมาตรา ๑๖๔๙ นั้น ต้องปรากฏว่า ผู้ตายไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดก หรือตั้งบุคคลใดไว้ให้เป็นผู้จัดการทำศพ ทั้งทายาทก็ตกลงกันไม่ได้ที่จะมอบหมายตั้งให้บุคคลใดเป็นผู้จัดการทำศพ อำนาจและหน้าที่จัดการทำศพ จึงตกได้แก่ผู้ที่ได้รับทรัพย์มรดกเป็นจำนวนมากที่สุด และกรณีนี้ถ้าผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่า ผู้ได้รับมรดกเป็นจำนวนมากที่สุดนั้นไม่สมควรเป็นผู้จัดการทำศพผู้ตายจึงอาจร้องขอต่อศาลได้ แต่เมื่อได้ความว่าผู้ร้องเป็นภริยาและบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เป็นทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมายมีอำนาจจัดการทำศพหรือมอบหมายให้บุคคลใดเป็นผู้จัดการทำศพผู้ตายได้อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะต้องใช้สิทธิทางศาล ทั้งปรากฏว่าก่อนที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอนี้ได้ไปขอรับศพนายสายัณห์ แต่นางสมจิตต์ซึ่งรับศพจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อน ไม่ยอมมอบให้โดยอ้างว่าเป็นภรรยาผู้ตาย จึงมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นระหว่างผู้ร้องกับนางสมจิตต์ ผู้ร้องชอบที่จะดำเนินคดีกับนางสมจิตต์อย่างคดีมีข้อพิพาทเพื่อให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการทำศพ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๕ การที่ผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการทำศพเช่นคดีที่ไม่มีข้อพิพาท จึงไม่ถูกต้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2522
นางละม่อม รักษ์วรรณา ในฐานะส่วนตัวและผู้ปกครองโดยชอบธรรมของเด็ก
ชายวิทยา รักษ์ วรรณา กับพวก ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ในฐานะส่วนตัวและผู้ปกครองโดยชอบธรรมของเด็ก - นางละม่อม รักษ์วรรณา · ผู้ร้อง - ชายวิทยา รักษ์ วรรณา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พยนต์ ยาวะประภาษ · ผสม จิตรชุ่ม · สุทิน เลิศวิรุฬห์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา