คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทนายความไม่มีอำนาจรับเงินแทนตัวความ เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากตัวความ หากทนายความรับเงินไปโดยไม่ได้รับมอบหมาย เงินนั้นยังไม่ถือเป็นของตัวความ และการเบียดบังเอาเงินนั้นไปไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
ทนายความย่อมมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนตัวความได้ แต่ทนายความไม่มีอำนาจรับเงินซึ่งจะชำระแก่ตัวความ เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากตัวความ
ส.แพ้คดีโจทก์ได้นำเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาไปชำระแก่จำเลยซึ่งเป็นทนายความของโจทก์ โดยโจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยมีอำนาจรับไว้ได้ เงินที่จำเลยรับไว้จึงยังมิใช่เป็นเงินของโจทก์ แม้จำเลยจะเบียดบังเอาเงินที่ได้รับไว้นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบให้จำเลยเป็นทนายความในคดีที่โจทก์ฟ้อง ส. คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาให้ ส. ชำระเงินแก่โจทก์ ๕๖,๖๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยได้เบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวซึ่ง ส. นำมามอบให้จำเลยไว้ในฐานะเป็นทนายความของโจทก์เพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ ไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๔
จำเลยให้การปฏิเสธ
ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์แถลงว่าจำเลยได้รับเงินโดยโจทก์มิได้เป็นผู้อนุญาตให้ไปรับแทน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยได้รับเงินจาก ส. โดยมิได้รับมอบหมายจากโจทก์ จึงมิได้เป็นผู้ยักยอกทรัพย์ของโจทก์ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์จ้างจำเลยเป็นทนาย
ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว ให้นายสุรพงษ์กับพวก ชำระค่าเสียหายให้โจทก์ นายสุรพงษ์นำเงินจำนวน ๖ หมื่นบาทเศษไปชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่จำเลย จำเลยรับเงินไว้แล้วไม่นำไปมอบแก่โจทก์ คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า การที่จำเลยรับเงินไว้โดยโจทก์มิได้มอบหมายจะถือว่าจำเลยยักยอกเงินของโจทก์ได้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทนายความที่ตัวความแต่งตั้งย่อมมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนตัวความได้ แต่ทนายความไม่มีอำนาจรับเงินซึ่งจะชำระแก่ตัวความ เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากตัวความนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ส. นำเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ไปชำระแก่จำเลย โดยโจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยมีอำนาจรับไว้ได้ เงินที่จำเลยรับไว้จึงยังมิใช่เงินของโจทก์ แม้จำเลยจะเบียดบังเอาเงินที่ได้รับไว้นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของโจทก์ และโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2522
นายบัว สีสดงาม โจทก์
นายรัตนพิมล วรพิสิษฐ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบัว สีสดงาม · ล. - นายรัตนพิมล วรพิสิษฐ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรัส เขมะจารุ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · ธาดา วัชรานันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา